โรงพยาบาล ในเครือ บริษัท เอ็น. พี. เมดิคอล จำกัด (“โรงพยาบาล”) ได้จัดทำประกาศนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้บริการ รักษาพยาบาลกับทางโรงพยาบาลฉบับนี้ (“นโยบาย”) เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการรวบรวม ใช้ จัดเก็บ ส่งต่อเปิดเผย และจัดการ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในฐานะผู้ใช้บริการของโรงพยาบาล ไม่ว่าท่านจะใช้บริการด้วยการเข้ามาที่โรงพยาบาลโดยตรง หรือ ผ่านทาง Telemedicine รวมถึงช่องทางอื่นๆ ที่โรงพยาบาลอาจกำหนด (“บริการ”) ทราบ
เมื่อท่านให้ข้อมูลเวชระเบียน และส่งข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆของท่านให้แก่โรงพยาบาลแล้ว ท่านจะถือว่าเป็น ผู้ใช้บริการของ โรงพยาบาล (“ผู้รับการรักษา”) และโรงพยาบาลจะถือว่าท่านยอมรับ รับทราบและตกลงตามนโยบายฉบับนี้ ทั้งนี้ หากผู้รับ การรักษาไม่ตกลงตามเงื่อนไขของนโยบายฉบับนี้ หรือฉบับแก้ไขอื่นๆ โรงพยาบาลสงวนสิทธิ์ที่จะไม่อนุญาตให้ผู้รับการรักษา ดังกล่าวใช้บริการของโรงพยาบาล ไม่ว่าส่วนใด เนื่องจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดภายใต้นโยบายฉบับนี้ มี ความผลจำเป็นโดยตรงต่อการปฏิบัติตามหน้าที่สถานพยาบาลที่ให้การรักษาพยาบาลแก่ท่านผู้รับการรักษา ทั้งภายใต้ กฎหมาย สัญญา และเพื่อการคุ้ม ครองสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของโรงพยาบาล ทั้งนี้การที่ผู้รับการรักษายังคงมีสถานะเป็นผู้เข้ารับการรักษาของ โรงพยาบาลและใช้บริการต่างๆ ของโรงพยาบาลอยู่ ผู้รับการรักษาดังกล่าวจะถูกถือว่า ยอมรับนโยบาย ฉบับนี้เสมอ
กรณีเจ้าของข้อมูลผู้รับการรักษาเป็นผู้เยาว์ การที่โรงพยาบาลได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ในเวชระเบียนและการ รักษาทั้งหมดจากผู้เยาว์โดยตรงโดยได้รับการยอมรับและรับรองโดยผู้ปกครอง หรือกรณีที่ผู้ปกครองเป็นผู้ให้ข้อมูลของผู้เยาว์ แก่โรงพยาบาลโดยตรง โรงพยาบาลจะถือว่า เป็นกรณีการที่ผู้เยาว์ซึ่งเป็นผู้รับการรักษาดังกล่าว ตกลงยอมรับให้โรงพยาบาล สามารถประมวลผลข้อมูลของผู้เยาว์ดังกล่าวได้ภายใต้นโยบายฉบับนี้ โดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ทั้งนี้โรงพยาบาลไม่มี ภาระหน้าที่ในการตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายและสิทธิของผู้ปกครองดังกล่าว
นโยบายฉบับนี้มีผลใช้บังคับกับการใช้บริการของโรงพยาบาลเท่านั้น โดยไม่มีผลใช้บังคับกับการให้บริการอื่นๆของ บุคคลภายนอกที่อาจเชื่อมต่อหรือเกี่ยวเนื่องกับการให้บริการโดยตรงของโรงพยาบาล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่ จำกัดเพียง บริษัท ประกัน ผู้ให้สวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับท่าน หรือผู้ให้บริการตรวจสอบวินิจฉัยหรือรักษาพยาบาลแก่ท่านภายหลังจากการใช้ บริการรักษาจากโรงพยาบาล เป็นต้น ซึ่งผู้รับการรักษาต้องทำความตกลง และศึกษาเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ที่ประกาศโดยบุคคลภายนอกดังกล่าวแยกต่างหาก บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลทุกท่าน และดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) อย่างเคร่งครัด
หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ภายใต้นโยบายฉบับนี้ โรงพยาบาลจะประกาศอย่างชัดแจ้งให้ท่านผู้รับการรักษาทราบถึงการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านช่องทางการติดต่อต่างๆ และให้ถือว่านโยบายฉบับแก้ไขมีผลบังคับใช้ทันทีที่มีการประกาศ
ความเป็นส่วนตัวและสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นสิ่งที่โรงพยาบาลให้ความสำคัญสูงสุด และถือเป็นนโยบายหลักของ โรงพยาบาลที่จะปกป้องและเคารพสิทธิ รวมถึงรับประกันความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล และความเป็นส่วนตัวของท่านผู้รับ การรักษา ครอบคลุมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในทุกส่วนและในทุกขั้นตอนการทำงานของโรงพยาบาล ทั้งนี้ โรงพยาบาลรับประกันการปฏิบัติตามมาตรฐานที่ดีที่สุดในกลุ่มวิชาชีพ สถานพยาบาลและผู้ให้บริการทางการแพทย์ และ ภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในประเทศไทย และระดับสากล
โรงพยาบาลจะทบทวนและปรับปรุงนโยบายฉบับนี้ รวมถึงนโยบายและมาตรการภายในของโรงพยาบาลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของโรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ ให้สอดคล้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลท่ีอาจได้รับ การปรับปรุง และปรับปรุงให้ทันสมัยเหมาะสมกับเทคโนโลยีและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เปลี่ยนแปลง เพื่อ รับประกันประสิทธิภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
ในส่วนของมาตรการคุ้มครองรักษาความมั่นคงปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โรงพยาบาลกำหนดจัดให้มีมาตรการที่ เหมาะสมในระดับองค์กรและระดับเทคนิค ให้สอดคล้องกับลักษณะความอ่อนไหวของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งโรงพยาบาลกำหนดดำเนินการอบรม และสร้างความตระหนักให้พนักงาน บุคลากรการแพทย์ รวมถึงผู้ให้บริการ ภายนอกทั้งหมดทุกคน เพื่อให้รับทราบถึงความสำคัญของการปกป้อง และเคารพสิทธิในความเป็นส่วนตัวและข้อมูลส่ วน บุคคลของท่าน
ในการนี้โรงพยาบาลได้แต่งตั้งคณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้น เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการกำกับดูแลและบริหาร จัดการการคุ้มครองการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้มั่นใจว่าโรงพยาบาลมีการจัดการและดำเนินการกับข้อมูลส่วน บุคคลของท่านอย่างสอดคล้องกับกฎหมาย และข้อบังคับเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโดยเฉพาะ
อย่างยิ่งเป็นไปตามนโยบายนี้ด้วย ทั้งนี้ หากท่านมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล หรือสิทธิ ของท่าน ท่านสามารถติดต่อคณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของโรงพยาบาลได้ตามรายละเอียดที่ระบุไว้
แหล่งข้อมูลที่โรงพยาบาลอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
โรงพยาบาลจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผู้รับการรักษาจาก 4 แหล่งโดยพื้นฐาน ได้แก่
(1) โรงพยาบาลอาจได้รับข้อมูล ส่วนบุคคลดังกล่าวโดยตรงจากผู้รับการรักษา โดยผ่านการลงทะเบียนซักประวัติระหว่างการจัดทำเวชระเบียน
(2) ข้อมูลการ รักษาที่ได้มาจากสถานพยาบาลอื่น ซึ่งผู้รับการรักษาอาจเคยเข้ารับการรักษา และมีความจำเป็นที่โรงพยาบาลจะต้องได้ข้อมูล จากแหล่งดังกล่าว เพื่อประกอบการวินิจฉัยรักษาโรค รวมถึง เพื่อการป้องกันและระงับอันตรายที่อาจเกิดต่อสุขภาพและชีวิต ของท่าน (แล้วแต่กรณี)
(3) ต้นสังกัดของท่านซึ่งอาจส่งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับการรักษามาให้แก่โรงพยาบาล เพื่อเตรียมการ ให้บริการรักษาพยาบาล ซึ่งหากเป็นกรณีดังกล่าว โรงพยาบาลจะถือว่า เมื่อต้นสังกัดของท่านให้ข้อมูลมา บุคคลดังกล่าวต้อง ให้การรับประกันแก่โรงพยาบาลว่า ได้รับการสิทธิหรือความยินยอมมาจากท่านเจ้าของข้อมูลโดยถูกต้องครบถ้วนแล้ว ทั้ งนี้ โรงพยาบาลมีสิทธิ (แต่ไม่เป็นภาระหน้าที่) ในการตรวจสอบความถูกต้องของสิทธิการเปิดเผยดังกล่าว และ
( 4) ข้อมูลส่วน บุคคลส่วนที่โรงพยาบาล โดยบุคลากรทางการแพทย์ทั้งภายใต้สัญญาจ้างแรงงาน และบุคคลผู้ให้บริการภายนอกอาจ ดำเนินการวิเคราะห์ วินิจฉัยเพิ่มเติม จากกระบวนการให้บริการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้รับการรักษา
ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการลงเวชระเบียนเพื่อใช้บริการรักษาพยาบาล
เมื่อผู้รับการรักษาประสงค์จะเข้ารับบริการรักษาพยาบาลจากทางโรงพยาบาล ท่านต้องลงทะเบียนในเวชระเบียนกับทาง โรงพยาบาล ทั้งนี้โรงพยาบาลแจ้งให้ผู้รับการรักษาทราบว่า ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านกรอกดังกล่าวทั้งหมด (ตามรายละเอียด ด้านล่างนี้) เป็นข้อมูลที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องเก็บ รวบรวมและใช้เพื่อการตรวจสอบประเมินคุณสมบัติเพื่อประโยชน์ในการ ให้บริการรักษาพยาบาลแก่ท่าน โดยโรงพยาบาลจะดำเนินการดังกล่าวภายใต้มาตรฐานหน้าที่ตามกฎหมายในการวินิจฉัยโรค ทางการแพทย์ การให้บริการด้านสุขภาพหรือด้านสังคม การรักษาทางการแพทย์ การจัดการด้านสุขภาพ โดยโรงพยาบาลมี หน้าที่หลักรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไว้เป็นความลับตามจรรยาบรรณวิชาชีพทางการแพทย์
ข้อมูลที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องรวบรวมจากท่านผู้รับการรักษาเพื่อการจัดทำเวชทะเบียนดังกล่าว มีดังต่อไปนี้
ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด ที่โรงพยาบาลได้รับในระหว่างการลงทะเบียนจัดทำเวชระเบียนผู้รับการรักษานี้ จะถูกเก็บ รวบรวม ใช้ บนพื้นฐานที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์หลัก ดังนี้
ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ และการให้บริการด้านการรักษาทางการแพทย์
ภายหลังจากที่ท่านผ่านการจัดทำเวชระเบียนและซักประวัติ ผู้รับการรักษาจะได้รับการวินิจฉัยโรคทางการแพทย์ และได้รับ การบริการด้านการรักษาทางการแพทย์โดยสมบูรณ์โดยโรงพยาบาล ตามมาตรฐานกฎหมาย ซึ่งระหว่างการดำเนินวินิจฉัยและ การรักษาที่โรงพยาบาลให้แก่ผู้รับการรักษา โรงพยาบาลมีความจำเป็นต้องเก็บ รวบรวม ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับการรักษา เพิ่มเติมจากข้อมูลในเวชระเบียนที่ผู้รับการรักษาได้ให้ไว้โดยตรง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวินิจฉัยและรักษาอาการ ที่ โรงพยาบาลอาจจัดทำขึ้นเอง หรือที่โรงพยาบาลอาจได้รับจากสถานพยาบาลหรือผู้ให้บริการอื่น ทั้งในลักษณะของผู้ให้บริการ ภายนอกของโรงพยาบาล หรือผู้ให้บริการรักษาพยาบาลภายนอก ที่ผู้รับการรักษาอาจมีประวัติการรักษาพยาบาลและแจ้งให้ โรงพยาบาลทราบเพื่อการติดต่อโดยตรง
ข้อมูลที่โรงพยาบาลจำเป็นต้องประมวลผลจากผู้รับการรักษาเพื่อการวินิจฉัยและรักษาโรค มีดังต่อไปนี้
ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่โรงพยาบาลได้รับจากผู้รับการรักษา ในระหว่างการให้บริการต่างๆจะถูกเก็บ รวบรวม ใช้ บน พื้นฐานที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์หลัก ดังนี้
(2) ในฐานะหน่วยภาษี โรงพยาบาลมีหน้าที่ ตามกฎหมายบัญชีและภาษีอากร ในการเก็บข้อมูลการจัดทำเอกสาร ทางบัญชีและภาษี ซึ่งอาจรวมถึงการเก็บ รวบรวม ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในเอกสารดังกล่าว และ
(3) ในฐานะสถาน ประกอบการที่อาจมีการใช้ยาบางประเภท ที่เข้าเกณฑ์การควบคุมภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง โรงพยาบาลย่อมมีหน้าที่ใน การเก็บ และรายงานข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับการรักษาที่ได้รับยาประเภทดังกล่าวไว้ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามหน้าที่ทั้งหมดที่โรงพยาบาลอาจมีภายใต้กรอบกฎหมาย โรงพยาบาลมีความจำเป็นต้อง เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตลอดระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ สำหรับสถานการณ์การประมวลผลข้อมูลเพื่อจุดประสงค์นี้ โรงพยาบาลรับประกันจำกัดขอบเขตการประมวลผล ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์ดังกล่าวให้จำกัดเฉพาะเท่าที่จำเป็นกับสถานการณ์เท่านั้น และจะใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็น ระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อตอบสนองป้องกันระงับอันตรายดังกล่าวเท่านั้น
( 1) ป้องกันการเรียกร้องทางกฎหมายและการเตรียมการข้อต่อสู้ของโรงพยาบาล ในขั้นตอนการดำเนินคดี ที่โรงพยาบาลหรือผู้รับ การรักษาอาจมีระหว่างกัน ซึ่งโรงพยาบาลสงวนสิทธิในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นเวลาเท่าที่จำเป็น ตามที่โรงพยาบาลหรือผู้รับการรักษา มีสิทธิตามกรอบอายุความในกฎหมาย โดยจะกำหนดเป็นเวลาที่เหมาะสมเพื่อการ ปกป้องต่อสู้สิทธิดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
(2) การบริหารจัดการความเสี่ยงในแง่โรงพยาบาลในภาพรวม ซึ่งอาจ รวมถึงการส่ง ต่อเปิดเผย ทำรายงานความเสี่ยงหรือเหตุการณ์ผิดปกติเป็นรายงานภายในขององค์กรเพื่อการรับประกัน คุณภาพของการให้บริการของโรงพยาบาล
(3) การใช้ข้อมูลเพื่อการพิจารณาวางแผนการปรับปรุงสินค้าและบริการของ โรงพยาบาลให้เหมาะสม และตรงกับความต้องการของผู้รับการรักษา
(4) การปรับปรุงการให้บริการในอนาคตอื่นๆ รวมถึงการปรับปรุงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้รับการรักษาและโรงพยาบาล ผ่านการฝึกอบรมพนักงาน และการ พิจารณาทบทวนการแก้ไขข้อร้องเรียนต่างๆ และ
(5) การใช้ข้อมูลการติดต่อของผู้รับการรักษา เพื่อการวิเคราะห์ทำ การตลาดในการหากลุ่มบุคคลทั่วไปอื่น ที่อาจมีความสนใจเช่นเดียวกับท่านผู้รับการรักษา ในลักษณะของการทำ การตลาดแบบ Lookalike ผ่าน Facebook Platform
สำหรับการประมวลผลข้อมูลของผู้รับการรักษา เพื่อจุดประสงค์ประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของโรงพยาบาล ที่ระบุ ไว้นี้ โรงพยาบาลสงวนสิทธิ์ในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์ทาง
ธุรกิจของโรงพยาบาล ทั้งนี้เป็นไปตามกรอบกฎหมายที่เหมาะสม และโรงพยาบาลรับประกันไม่ให้กระทบสิทธผู้รับการรักษาในฐานะเจ้าของข้อมูลมากเกินส่วน ทั้งนี้โรงพยาบาลเคารพสิทธิการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดย ผู้รับการรักษา ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานของผู้รับการรักษาในฐานะเจ้าของข้อมูล
โดยหลักการโรงพยาบาลรับประกันจัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมและเจาะจงเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้รับการรักษาใน ฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเฉพาะการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลตามหน้าที่หรือตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ โดย จะไม่เปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ ของผู้รับการรักษาให้แก่ บุคคลอื่น เว้นแต่บุคคลดังต่อไปนี้ ซึ่งโรงพยาบาลมี หน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญาในการเปิดเผยส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับการรักษาให้แก่บุคคลดังกล่าว
(1) บุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดที่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ ซึ่งได้รับการติดต่อเพื่อให้บริการ ในนามของโรงพยาบาล
(2) บุคลากรทางการแพทย์ภายนอกอื่นๆ เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคอื่นๆ ซึ่งโรงพยาบาล อาจแนะนำให้ผู้รับการรักษาไปติดต่อเพื่อรับการบริการ ทั้งนี้กรณีดังกล่าวโรงพยาบาลจะแจ้ง และให้สิทธิแก่ผู้รับการ รักษาในการเลือกตัดสินใจใช้บริการ ก่อนการส่งต่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
(3) ผู้ให้บริการวินิจฉัยวิเคราะห์โรคเฉพาะ ทาง เช่น ห้องแล็ปหรือสถานบริการเอ็กซ์เรย์ ซึ่งโรงพยาบาลอาจแนะนำให้ผู้รับการรักษาเลือกเพื่อใช้บริการ ก่อนที่จะส่ง ต่อเปิด เผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับการรักษา ให้แก่ผู้ให้บริการดังกล่าว เพื่อให้ผู้ให้บริการดังกล่าวส่งผลการวิเคราะห์ กลับมาให้แก่ โรงพยาบาลอีกครั้ง
(4) ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ที่ปรึกษาเฉพาะทางที่โรงพยาบาลอาจ ว่าจ้าง เพื่อการบริหารจัดการ การเงิน กฎหมาย ภาษี การกำกับดูแลรับประกันคุณภาพการให้บริการของโรงพยาบาล การวิเคราะห์ การค้นคว้าวิจัย หรือบริการอื่นๆ ซึ่งผู้ให้บริการภายนอกบางส่วนอาจจดทะเบียนจัดตั้งและประกอบกิจการ อยู่นอกประเทศ
สำหรับการส่งต่อเปิดเผยข้อมูลให้แก่ผู้ให้บริการภายนอกนี้ โรงพยาบาลจะกำหนดมาตรการอย่างเหมาะสมในการรักษา ความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับการรักษา ที่จะมีการส่งต่อเปิดเผยดังกล่าว โดยต้องดำเนินการผ่าน การจัดทำมาตรการในการจำกัดการเข้าถึงข้อมูล และการจัดทำสัญญาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่จำกัดขอบเขต จุดประสงค์การเปิดเผย และเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวบนพื้นฐานที่จำเป็นเท่านั้น
การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับการรักษา เป็นสิ่งที่โรงพยาบาลให้ความสำคัญและรับประกันเพื่อ ป้องกันการเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบ นอกจากนี้โรงพยาบาลได้กำหนดแนวปฏิบัติภายใน เพื่อกำหนดสิทธิในการเข้าถึงหรือการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลของผู้รับการรักษา ซึ่งโดยหลักถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว เพื่อรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล ดังกล่าวโดยเหมาะสมกับลักษณะความอ่อนไหวของข้อมูล ทั้งนี้โรงพยาบาลจะจัดให้มีการทบทวนมาตรการดังกล่าวเป็นระยะ เพื่อความเหมาะสมตามมาตรฐานในอุตสาหกรรม และโดยสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวอาจ รวมถึงมาตรการ ดังนี้
โรงพยาบาลรับทราบ และเคารพสิทธิตามกฎหมายของผู้รับการรักษา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับการรักษา ที่อยู่ในการควบคุมของโรงพยาบาล โดยโรงพยาบาลตกลงและรับประกันว่า ผู้รับการรักษาสามารถใช้สิทธิต่างๆ ดังต่อไปนี้ ที่มี ภายใต้กฎหมายได้
ผู้รับการรักษาสามารถติดต่อมายังโรงพยาบาล เพื่อดำเนินการขอใช้สิทธิข้างต้นได้ ตามรายละเอียดการติดต่อที่โรงพยาบาลได้ กำหนดไว้ และโรงพยาบาลจะแจ้งผลการพิจารณาคำร้องของผู้รับการรักษาให้ทราบภายในกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม และ ภายใต้กรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้
ขั้นตอน | ข้อมูลที่ประมวลผล | วัตถุประสงค์ในการประมวลผล | ฐานที่ใช้ในการประมวลผล | ระยะเวลาในการประมวลผล |
1. การลงทะเบียนและเปิดเวชระเบียน | ชื่อ-นามสกุล, ข้อมูลติดต่อ, บัตรประชาชน/พาสปอร์ต, วันเกิด, เพศ, สัญชาติ | เพื่อยืนยันตัวตน และประเมินสิทธิการเข้ารับบริการ | สัญญา / หน้าที่ตามกฎหมาย | ตลอดอายุเวชระเบียนจนกว่าจะมีการยกเลิกโดยผู้รับการรักษา |
2. การซักประวัติและวินิจฉัยเบื้องต้น | ประวัติสุขภาพ, โรคประจำตัว, การแพ้ยา, ฟิล์มภาพถ่าย, ผลตรวจ | เพื่อประกอบการวินิจฉัยโรคและวางแผนการรักษา | หน้าที่ตามกฎหมาย / สัญญา | ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด (เช่น 5-10 ปี หรือมากกว่านั้นตามเงื่อนไขวิชาชีพ) |
3. การรักษาพยาบาล | ผลการรักษา, การให้ยา, การผ่าตัด, การวินิจฉัยต่อเนื่อง | เพื่อให้บริการทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย | หน้าที่ตามกฎหมาย / สัญญา | ตามที่กฎหมายหรือจรรยาบรรณกำหนด |
4. การจัดการด้านบัญชีและสวัสดิการ | หลักฐานการชำระเงิน, สิทธิสวัสดิการ/ประกัน, ข้อมูลเอกสารภาษี | เพื่อยืนยันการชำระเงินและใช้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง | หน้าที่ตามกฎหมาย / สัญญา | ตามที่กฎหมายภาษีและบัญชีกำหนด |
5. การสอบถาม/ร้องเรียน | ข้อร้องเรียน, คำถาม, ประวัติการติดต่อ | เพื่อปรับปรุงคุณภาพบริการและให้ความช่วยเหลือ | ประโยชน์โดยชอบธรรม | ตลอดอายุเวชระเบียน หรือจนกว่าข้อร้องเรียนจะสิ้นสุด |
6. การส่งต่อข้อมูล | เวชระเบียน, ข้อมูลการรักษา | เพื่อส่งต่อให้บุคลากรแพทย์, บริษัทประกัน, ห้องแล็บ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | หน้าที่ตามกฎหมาย / สัญญา / ยินยอม | เท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ |
7. การใช้เพื่อการสื่อสารหรือประชาสัมพันธ์ | ภาพถ่าย, เสียง, ผลการรักษา (ในกรณีได้รับความยินยอม) | เพื่อใช้ในการจัดทำสื่อการสอน ประชาสัมพันธ์ หรือกิจกรรมทางการตลาด | ความยินยอมโดยชัดแจ้ง | จนกว่าจะถอนความยินยอมหรือระยะเวลาตามเงื่อนไขที่แจ้งไว้ |
โรงพยาบาลยินดีรับคำถาม ข้อร้องเรียน ความเห็น และคำขอใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ โดยเฉพาะ การใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลของผู้รับการรักษาได้ โดยท่านสามารถส่งมาที่อีเมล dpo@s-spinehospital.com หรือ เบอร์โทรศัพท์ 02-0340808 หรือส่งไปรษณีย์มาที่ บริษัทเอ็น.พี. เมดิคอล จำกัด ที่อยู่ 523/1 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวง วังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
บริษัทกำหนดให้มีการทบทวนหรือปรับปรุงนโยบายฉบับนี้โดยกรรมการของบริษัท โดยพิจารณาจากรายงานการปฏิบัติตามนโยบายการบริหารจัดการคุ้มครองการประมวลผลข้อมูลที่นำเสนอโดยคณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อธุรกิจบริษัทหรือกระบวนการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทดำเนินการเพื่อให้นโยบายเป็นปัจจุบันเสมอ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลง บริษัทจะสื่อสารในช่องทางประชาสัมพันธ์ที่เหมาะสมต่อไป
9.การจัดทำรายงานผลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่จัดทำรายงานสรุปผลการกำกับดูแลการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือเมื่อมีการประเมินความเสี่ยงที่พบความเสี่ยงระดับสูง โดยรายงานควรอยู่ในรูปแบบเอกสารสรุปตามแนวทางที่บริษัทกำหนดไว้ในคู่มือปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
Data Protection Officer (DPO)
บริษัท เอ็น.พี. เมดิคอล จำกัด
อีเมล: dpo@s-spinehospital.com
บริษัททำหน้าที่เป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562