Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
/ความประทับใจ/
ใช้ชีวิตธรรมดา ก็เสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นได้
ใช้ชีวิตธรรมดา ก็เสี่ยงหมอนรองกระดูกทับเส้นได้
อาการปวดหลังและปวดร้าวลงขา ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่ยกของหนักหรือใช้ชีวิตแบบผาดโผนเท่านั้น บางครั้งพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการนั่งทำงานนาน ยืนสอนหนังสือหลายชั่วโมง หรือเดินทางบ่อย ก็อาจสะสมแรงกดต่อกระดูกสันหลังและทำให้อาการค่อย ๆ รุนแรงขึ้นได้
เช่นเดียวกับเรื่องราวของ คุณณัฐกร อินทรวิชะ อาจารย์มหาวิทยาลัยที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับการนั่งทำงาน ยืนสอนหนังสือ และเดินทางไปบรรยายหรือทำงานวิจัยต่างจังหวัดอยู่เป็นประจำ
จากอาการตึงหลังและทรงตัวไม่ค่อยดีที่ดูเหมือนยังพอทนได้ กลับค่อย ๆ ลุกลามเป็นอาการปวดสะโพกร้าวลงขาถึงน่อง จนระยะทางในการเดินลดลงอย่างรวดเร็ว และแม้แต่การเดินภายในบ้านก็เริ่มกลายเป็นเรื่องยาก
พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ที่สะสมความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
คุณณัฐกรเล่าว่า ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ ต้องยืนสอนหนังสือหรือนั่งสอนออนไลน์เป็นเวลานาน นอกจากนี้ ยังต้องเดินทางไปบรรยายและทำงานวิจัยที่ต่างจังหวัดบ่อยครั้ง ทั้งการนั่งเครื่องบินและรถตู้ ซึ่งแต่ละครั้งต้องอยู่ในท่าเดิมต่อเนื่องหลายชั่วโมง
โดยเฉพาะการนั่งรถตู้ที่ไม่สามารถคาดเดาจังหวะรถตกหลุมได้ หรือการนั่งเครื่องบินมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ทำให้ต้องเกร็งตัวและจัดท่าทางได้ไม่สะดวก เมื่อลงจากรถหรือเครื่องบิน จึงมักมีอาการปวดหลังมากขึ้นอย่างชัดเจน
แม้จะไม่ได้ใช้ชีวิตแบบเอกซ์ตรีมหรือยกของหนักเป็นประจำ แต่พฤติกรรมการนั่งนาน ยืนนาน เดินทางบ่อย และอยู่ในท่าเดิมซ้ำ ๆ ก็สามารถสะสมแรงกดต่อกระดูกสันหลังได้เช่นกัน
จากตึงหลังและทรงตัวไม่ดี สู่อาการปวดร้าวลงขา
ช่วงแรกแค่เริ่มสังเกตว่า เมื่อนั่งทำงานหรือยืนสอนหนังสือนาน ๆ จะรู้สึกทรงตัวได้ไม่ค่อยดี มีอาการตึงหลัง และปวดจนต้องคอยขยับตัวอยู่ตลอดเวลา
อาการในรอบนี้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของปีก่อน แม้จะพยายามระมัดระวังและลดการใช้งานร่างกาย แต่อาการก็มีเพียงทรงตัวหรือทรุดลง เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นมีความเสื่อมร่วมด้วย
สิ่งที่ต่างจากอาการครั้งก่อน คือครั้งนี้ไม่ได้ปวดบริเวณหลังโดยตรง แต่เริ่มปวดที่สะโพก ให้ความรู้สึกเหมือนก้นช้ำ ก่อนจะร้าวออกด้านข้างและไล่ลงไปถึงน่อง พร้อมกับมีอาการชาร่วมด้วย
ในช่วงแรก อาการยังเป็นเพียงความรำคาญ จึงพยายามบรรเทาด้วยพิมเสนหรือยาทาที่ให้ความร้อน ซึ่งช่วยให้อาการดีขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เมื่อฤทธิ์ยาหมด อาการก็กลับมาอีก เพราะยังต้องใช้ชีวิตด้วยพฤติกรรมเดิม โดยเฉพาะการนั่งสอนออนไลน์เป็นเวลานาน
ระยะเดินลดลงอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่เดินในบ้านก็ลำบาก
เมื่ออาการรุนแรงขึ้น การลุกจากเก้าอี้เริ่มทำได้ยาก เดินขัด ๆ และรู้สึกว่าขาไม่ทำงานได้อย่างเดิม
ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเข้าพบแพทย์ อาจารย์ณัฐกรสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจ คือระยะทางที่สามารถเดินได้ลดลงอย่างรวดเร็ว
จากเดิมที่เคยเดินได้เป็นกิโลเมตร
กลับเหลือเพียงประมาณ 100–200 เมตร ขาก็เริ่มไม่อยากก้าวต่อ
แม้แต่การเดินภายในบ้านก็เริ่มลำบาก และก่อนการผ่าตัด เพียงลุกเดินไม่กี่ก้าวจากจุดหนึ่งไปยังห้องน้ำ ก็รู้สึกปวดและเหมือนตะคริวกำลังจะขึ้นที่ขา
อาการดังกล่าวเป็นสัญญาณสำคัญว่า เส้นประสาทอาจถูกกดทับมากขึ้น จนเริ่มกระทบต่อการเดินและการควบคุมขาอย่างชัดเจน
ปัจจัยไม่ได้มีเพียงการนั่งนาน แต่ยังเกี่ยวข้องกับสรีระและน้ำหนักตัว
หลังเข้ารับการตรวจ คุณหมออธิบายว่า อาการของคุณณัฐกรเกิดจาก หมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท
นอกจากพฤติกรรมการนั่งและยืนเป็นเวลานานแล้ว ยังมีปัจจัยร่วมจากน้ำหนักตัวที่ค่อนข้างมาก รวมถึงลักษณะทางสรีระที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรม คือมีโพรงประสาทแคบกว่าคนทั่วไป
เมื่อพื้นที่ภายในโพรงประสาทมีน้อยอยู่แล้ว แม้หมอนรองกระดูกจะปลิ้นออกมาเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสัมผัสหรือกดเบียดเส้นประสาทได้เร็วกว่าคนทั่วไป จึงเกิดอาการปวดร้าว ชา และเดินได้น้อยลง
เลือกกลับมารักษาที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง เพราะมีความไว้วางใจจากครั้งก่อน
คุณณัฐกรเคยมีอาการลักษณะคล้ายกันมาก่อนเมื่อประมาณ 6–7 ปีที่แล้ว จึงพอเข้าใจว่าอาการที่เกิดขึ้นครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับกระดูกสันหลังและเส้นประสาท
เมื่อระยะเดินลดลงอย่างรวดเร็ว จึงตัดสินใจมาที่ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ ทันที เพราะเชื่อมั่นในความเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง รวมถึงมีความไว้วางใจในเครื่องมือและการดูแลของ คุณหมอศรัณย์ จินดาหรา ซึ่งเคยรักษากันมาก่อน
การได้รับคำอธิบายอย่างชัดเจนถึงสาเหตุของอาการ ก็เข้ารับการรักษาด้วยเทคนิคผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็กอีกครั้ง
หลังผ่าตัด ความแตกต่างเหมือนเปลี่ยนจาก “0 เป็น 1”
หลังการผ่าตัดความรู้สึกก่อนและหลังรักษาแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ก่อนผ่าตัด เพียงเดินจากจุดหนึ่งไปยังห้องน้ำก็รู้สึกปวด ลุกเดินเพียง 3 ก้าว ก็เหมือนตะคริวกำลังจะขึ้นขา และต้องคอยระวังทุกการเคลื่อนไหว
แต่หลังการรักษา สามารถลุกขึ้นเดินและทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้สบายมากขึ้น อาการปวดร้าวและอาการคล้ายตะคริวที่ขาดีขึ้นอย่างชัดเจน
“ถ้าเปรียบเป็นคอมพิวเตอร์ ก็เหมือนเปลี่ยนจาก 0 เป็น 1” คุณณัฐกรกล่าว
การผ่าตัดกระดูกสันหลังในวันนี้ ไม่ได้เป็นอย่างภาพจำในอดีต
หนึ่งในสิ่งที่อยากสื่อสาร คือการเปลี่ยนชุดความคิดของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนในต่างจังหวัดที่ยังมีความกลัวว่า
“ผ่าหลังแล้วจะเดินไม่ได้”
แต่จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
การผ่าตัดกระดูกสันหลังในปัจจุบันไม่น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด เพราะมีเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ช่วยให้รักษาได้ตรงจุด เจ็บตัวน้อย และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
การรักษาครั้งนี้ใช้วิธีเจาะรูเล็ก ๆ ไม่ได้เปิดแผลหลังยาวเหมือนภาพจำของการผ่าตัดแบบเดิม และหลังการรักษาก็สามารถลุกเดินได้จริง
ชีวิตประจำวันธรรมดา ก็ทำให้เกิดปัญหากระดูกสันหลังได้
คุณณัฐกรฝากทิ้งท้ายว่า โรคกระดูกสันหลังไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่ใช้ชีวิตผาดโผน เล่นกีฬาเอกซ์ตรีม หรือประสบอุบัติเหตุรุนแรงเท่านั้น
แม้แต่กิจวัตรประจำวันอย่างการนั่งทำงาน นั่งสอนออนไลน์ ยืนสอนหนังสือ หรือเดินทางเป็นเวลานาน หากอยู่ในท่าเดิมซ้ำ ๆ และมีแรงกดต่อกระดูกสันหลังอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถทำให้อาการเกิดขึ้นหรือรุนแรงขึ้นได้เช่นกัน
หากเริ่มมีอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ชา ขาไม่มีแรง หรือสังเกตว่าระยะทางในการเดินลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่ควรปล่อยไว้หรือบรรเทาอาการด้วยยาทาเพียงอย่างเดียว
การเข้ารับการตรวจอย่างละเอียดกับแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยให้พบสาเหตุของอาการ และวางแผนการรักษาได้ตรงจุด ก่อนที่การกดทับเส้นประสาทจะกระทบต่อการเดินและการใช้ชีวิตมากขึ้น
บริการที่เกี่ยวข้อง
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หน้า (ACL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หลัง (PCL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดซ่อมเอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ฉีกขาด (Arthroscopic Shoulder Rotator Cuff Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องรักษาภาวะกระดูกทับเอ็นหัวไหล่ (Arthroscopic Treatment of Shoulder Impingement Syndrome)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมแซมหมอนรองกระดูกข้อเข่า (Arthroscopic Meniscus Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าเพื่อการวินิจฉัย (Arthroscopic Knee Diagnostic/Debridement)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าส่องกล้องข้อหัวไหล่เพื่อการวินิจฉัย Arthroscopic Shoulder Diagnostic
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องเยื่อหุ้มข้อหัวไหล่ (Arthroscopic Shoulder Capsule repair)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI แบบยืน (Standing Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI (Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...