Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
เช็กอาการปวดเข่าระดับไหนต้องรักษา
/คลังความรู้/
เช็กอาการปวดเข่าระดับไหนต้องรักษา
หลายคนเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่ข้อเข่าแบบไม่ทันตั้งตัว อาการปวดตึงเมื่อขึ้นลงบันได หรือขณะลุกจากเก้าอี้ กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยโดยไม่รู้ว่าอาจเป็นสัญญาณของ “ข้อเข่าเสื่อม”
ระดับอาการข้อเข่าเสื่อมที่คุณอาจไม่รู้
อาการของข้อเข่าเสื่อมมักไม่มาในรูปแบบที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น บางคนเริ่มจากความรู้สึก “ฝืด” เล็กๆ เมื่อลุกจากเตียงในตอนเช้า เหมือนมีอาการเหยียด งอขาไม่สุด หรือ บางครั้งอาจได้ยินเสียง “กรอบแกรบ” ทุกครั้งที่เดินขึ้นลงบันได เสียงที่เคยคิดว่าไม่สำคัญ อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของกระดูกอ่อนที่กำลังเสื่อมลงอย่างช้าๆ
เมื่อโรคพัฒนาขึ้น อาการปวดจะเด่นชัดมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่ต้องลงน้ำหนัก เช่น การเดินไกล การยืนต่อเนื่อง หรือการนั่งยองนานๆ ผู้ป่วยบางรายเริ่มมีอาการบวมบริเวณข้อเข่าในช่วงเย็น หรือหลังจากทำกิจกรรมที่ใช้ข้อมากเกินไป
หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยคือ “ข้อเข่าทรุด” หรือรู้สึกไม่มั่นคงเวลาเดิน เหมือนข้อไม่มีแรงประคองตัว ส่งผลให้ผู้ป่วยเริ่มเลี่ยงกิจกรรมที่เคยทำได้ เช่น การเดินออกกำลัง การลุกนั่งจากพื้น หรือแม้แต่การไปเที่ยวในห้างก็กลายเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนัก
นอกจากนี้ยังมีอาการปวดแบบแปลบลึกในข้อ หรือรู้สึกว่าข้อแข็งและยึด เมื่ออาการดำเนินต่อไป ข้ออาจเริ่มโก่ง บิดเบี้ยว ทำให้รูปขาเปลี่ยน และความสามารถในการเดินลดลง
พฤติกรรมที่ทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น
แม้อายุจะเป็นปัจจัยหลักของโรคข้อเข่าเสื่อม แต่พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันกลับเป็นตัวเร่งให้เกิดเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว เช่น:
⭐ น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน: ข้อเข่าต้องรองรับแรงกดมากกว่าปกติถึง 4–6 เท่าในทุกก้าว
⭐ นั่งยอง พับเพียบ ขัดสมาธินานๆ: ทำให้ผิวข้อถูกกดซ้ำในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานาน
⭐ ออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง: เช่น วิ่งบนพื้นแข็ง หรือกระโดดซ้ำๆ
⭐ ไม่ฟื้นฟูหลังข้อเข่าบาดเจ็บ: เช่น เอ็นฉีก หรือหมอนรองฉีก แล้วปล่อยให้เสื่อมลงเรื่อยๆ
ทางเลือกการรักษาและเทคโนโลยีช่วยข้อเข่า
หากเริ่มมีอาการในระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยสามารถเลือกวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัดได้ เช่น การกินยา กายภาพบำบัด เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่า ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดร่วมการฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า หรือ การใช้เกล็ดเลือดผู้ป่วย (PRP (Platelet-Rich Plasma) เพื่อลดแรงเสียดทาน และเพิ่มความลื่นไหลในข้อ
แต่หากข้อเริ่มโก่ง เดินลำบาก และมีอาการปวดตลอดเวลาแม้จะไม่ได้ใช้งานก็ตาม แพทย์อาจแนะนำ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เพื่อช่วยให้การเคลื่อนไหวกลับมาดีขึ้น
ที่ โรงพยาบาลเอส เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางที่มากประสบการณ์ และเทคโนโลยีที่พร้อม ทำให้สามารถ ผู้ประเมินอาการและแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหวได้โดยที่ไม่มีอาการเจ็บปวด เพราะเราเข้าใจดีว่า “การเดิน” คือ ความอิสระเล็กๆ ที่ไม่ควรหายไปจากชีวิต เราจึงพร้อมที่จะดูแลทุกก้าวของคุณอย่างมั่นคง