Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
เช็กสัญญาณเตือน เอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด อย่าชะล่าใจจนเดินไม่ได้
/คลังความรู้/
เช็กสัญญาณเตือน เอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด อย่าชะล่าใจจนเดินไม่ได้
อาการเจ็บเข่าเล็กๆ น้อยๆ ที่มักคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ใครจะรู้ว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดที่ซ่อนอยู่
อาการที่บ่งบอก “เอ็นไขว้หน้าฉีกขาด”
ในระยะแรก ผู้ป่วยหลายคนยังสามารถเดินได้ตามปกติ โดยไม่มีอาการรุนแรงให้สังเกต จึงมักชะล่าใจ คิดว่าเป็นเพียงอาการเจ็บเล็กน้อย เมื่อเอ็นไขว้หน้าเริ่มเสียหาย ร่างกายอาจส่งสัญญาณเตือนเล็กๆ ที่ไม่ใช่ทุกอาการจะมาแบบเฉียบพลัน บางครั้งเป็นเพียงความรู้สึกไม่มั่นคงเล็กน้อยตอนก้าวขึ้นบันได หรืออาการเจ็บจี๊ดขณะหมุนตัว หนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือเสียง “ป๊อก” หรือ “แป๊ะ” ขณะเกิดแรงบิดที่หัวเข่าเสียงที่มักจะมาพร้อมความรู้สึกสะดุ้ง
จากนั้นอาจตามมาด้วยอาการบวมที่ข้อเข่าในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก จนรู้สึกได้ทันทีว่าข้อเข่าไม่เหมือนเดิม ขณะบางคนอาจไม่มีอาการใดเด่นชัด จนกระทั่งเริ่มรู้สึกว่าเข่าไม่มั่นคง เหมือนจะทรุดเมื่อก้าว หรือรู้สึกล้าผิดปกติหลังเดินไม่กี่นาที
ในผู้ป่วยบางราย อาการปวดอาจไม่ได้รุนแรง แต่กลับรู้สึกตึงขัดเวลาขยับ รู้สึกเหมือนหัวเข่า “ไม่อยู่กับที่” เมื่อเคลื่อนไหวเร็ว เช่น วิ่งหรือหยุดกระทันหัน ขณะขึ้น-ลงบันไดอาจพบว่าต้องใช้มือช่วยพยุงมากขึ้น หรือไม่กล้าถ่ายน้ำหนักลงขาข้างที่เจ็บ
สิ่งที่ทำให้อาการของเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดแตกต่างจากการบาดเจ็บทั่วไป คือ ความรู้สึกว่า ข้อเข่าไม่มั่นคงอีกต่อไป ราวกับว่าขาไม่สามารถรับน้ำหนักหรือควบคุมทิศทางได้เหมือนที่เคย และหากปล่อยไว้นาน โครงสร้างในข้อเข่าอาจเสียสมดุล จนนำไปสู่ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย นอกจากนี้ ข้อเข่าที่ยังคงหลวมและไม่มั่นคง ยังเสี่ยงต่อการบาดเจ็บซ้ำ เช่น หมอนรองกระดูกฉีก หรือกระดูกอ่อนผิวข้อสึก
เมื่อปัญหาเหล่านี้สะสมกันเรื่อยๆ ผู้ป่วยบางรายอาจพัฒนาไปสู่ภาวะปวดเรื้อรัง เดินลำบาก และในที่สุดอาจต้องใช้ไม้เท้าหรือรถเข็นช่วยพยุงการเคลื่อนไหว
พฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยง
อาการเหล่านี้มักเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันซึ่งดูเหมือนไม่อันตราย แต่สะสมแรงกดหรือแรงบิดในข้อเข่าโดยไม่รู้ตัว เช่น การเปลี่ยนทิศทางรวดเร็วในขณะเดินหรือวิ่ง การหยุดกะทันหัน การนั่งยองหรือพับเพียบเป็นเวลานาน รวมถึงการขึ้นลงบันไดซ้ำๆ หรือใส่รองเท้าที่ไม่เหมาะกับสรีระ
เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำๆ โดยไม่มีการเสริมกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าให้แข็งแรง ก็อาจกลายเป็นปัจจัยเร่งให้เอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาดได้ในที่สุด
ป้องกันไว้ก่อนเจ็บ: อย่ารอให้ข้อเข่าเสียสมดุล
แม้จะไม่สามารถป้องกันการบาดเจ็บได้ 100% แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่า ฝึกเทคนิคการเคลื่อนไหวอย่างปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวแบบกระชาก และเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับกิจกรรม
ถ้าหากผู้ป่วยสังเกต หรือพบว่ามีอาการดังกล่าวที่บ่งบอกได้ว่าตัวเองกำลังเป็นโรคเอ็นไขว้หน้าขาด ควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัย และเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที เพื่อป้องกันไม่ให้บาดเจ็บมากกว่าเดิม ที่รพ.เอส เรามีทีมแพทย์ที่มากประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยที่ตรงกับสาเหตุ และด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เครื่องมือที่พร้อม ในการผ่าตัดส่องกล้องแบบแผลเล็กเพื่อซ่อมแซมเอ็นที่ฉีกขาด คือหัวใจสำคัญของการรักษาที่จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหวและใช้ชีวิตได้ตามปกติเร็วขึ้น