สัญญาณเริ่มต้นข้อสะโพกเสื่อม ที่ไม่ควรมองข้าม

สัญญาณเริ่มต้นข้อสะโพกเสื่อม ที่ไม่ควรมองข้าม

ข้อสะโพกเสื่อม (Hip Osteoarthritis) คือภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อสึกหรอ ทำให้เกิดแรงเสียดและอักเสบในข้อต่อสะโพก ส่งผลให้ขยับได้ยากขึ้นและปวดเพิ่มขึ้นตามเวลา ในระยะแรก ผู้ป่วยมักแค่รู้สึก “ตึงตอนลุก” หรือ “ปวดขาหนีบเล็กน้อย” แล้วค่อย ๆ เป็นมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

รายงานจาก American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS, 2022) ระบุว่า ผู้ที่มีข้อสะโพกเสื่อมระยะต้นมักเริ่มมีอาการปวดลึกบริเวณขาหนีบ และรู้สึกฝืดในช่วงเริ่มเคลื่อนไหว (start-up pain)

 

อาการเริ่มต้นที่พบบ่อย 

  1. ปวดลึกบริเวณขาหนีบหรือสะโพก

    ปวดเวลายืน เดิน ขึ้นลงบันได หรือลุกจากเก้าอี้ บางรายอาจร้าวถึงเข่า
    งานวิจัยใน BMC Musculoskeletal Disorders (2021) พบว่า กว่า 80% ของผู้ป่วย Hip OA ระยะต้นมีอาการปวดขาหนีบเป็นตำแหน่งแรกที่ตรวจพบ

  2. ตึงและฝืดตอนเริ่มขยับ (Start-up pain)
    เมื่อลุกขึ้นหรือเริ่มเดินใหม่ ๆ จะรู้สึกปวดตึง แต่พอเดินต่อเนื่องอาการจะดีขึ้น ถือเป็นอาการเฉพาะของข้อสะโพกเสื่อมระยะแรก

  3. เคลื่อนไหวได้ลดลง
    โดยเฉพาะการหมุนสะโพกหรือกางขา — สัญญาณว่าเนื้อเยื่อรอบข้อเริ่มแข็งและช่วงการเคลื่อนไหวแคบลง

  4. มีเสียงกรอบแกรบในข้อ
    เกิดจากผิวกระดูกที่สึกจนเสียดสีกัน เสียง crepitus มักพบได้ตั้งแต่ระยะต้นของโรค (Journal of Orthopaedic Research, 2019)

  5. ปวดด้านข้างสะโพกเวลานอนตะแคงหรือเดินนาน
    อาจเกิดจากภาวะ ถุงน้ำข้างสะโพกอักเสบ (GTPS) ซึ่งมักพบร่วมกับข้อสะโพกเสื่อมประมาณ 40% ของผู้ป่วย (NCBI Bookshelf, 2020)

 

🔹 สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง 

  • อายุที่มากขึ้น – พบบ่อยในผู้ที่อายุ > 55 ปี 

  • น้ำหนักเกิน – เพิ่มแรงกดบนข้อต่อ 

BMJ Open (2019) ระบุว่า BMI มากกว่า 30 เพิ่มความเสี่ยงข้อสะโพกเสื่อมกว่า เท่า 

  • โครงสร้างข้อผิดแนว (Femoroacetabular Impingement) – เป็นสาเหตุหลักของการเสื่อมก่อนวัย (SpringerLink, 2017) 

  • การใช้งานข้อซ้ำ ๆ หรือยกของหนักเป็นประจำ 

  • ประวัติการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุที่สะโพกมาก่อน

 

🔹 การตรวจและการวินิจฉัย 

  1. ตรวจร่างกายโดยแพทย์เฉพาะทาง

    ประเมินจุดปวดและช่วงการหมุนสะโพก ซึ่งมีความแม่นยำสูงในการวินิจฉัยระยะแรก (PMC8566292) 

  2. เอกซเรย์สะโพก (X-ray)

    ใช้ดูช่องว่างข้อที่แคบลงและกระดูกงอก โดยอ้างอิงเกณฑ์ Kellgren–Lawrence grading system (Radiopaedia, 2022) 

  3. MRI หรือ AI-assisted Imaging

    ตรวจดูเนื้อเยื่ออ่อนและกระดูกอ่อน พบสัญญาณเสื่อมได้ก่อนเห็นบนเอกซเรย์ (NIH Research Matters, 2023)

 

 

🔹 เมื่อใดควรไปพบแพทย์ 

  • ปวดสะโพกต่อเนื่องเกิน 2–4 สัปดาห์ 

  • ปวดรบกวนการนอนหรือเดินมากขึ้น 

  • เริ่มขยับสะโพกได้น้อยลง 

  • มีเสียงในข้อหรือรู้สึกเสียดระหว่างเดิน 

  • ปวดด้านข้างสะโพกเวลานอนตะแคง 

การเข้ารับการตรวจตั้งแต่เริ่มมีอาการ เพื่อป้องกันการเสื่อมลุกลาม

 

🔹 แนวทางดูแลระยะเริ่มต้น 

  • ควบคุมน้ำหนักเพื่อลดแรงกดในข้อ 

  • ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อรอบสะโพก (เช่น bridge pose, side leg raise) 

  • ยืดเหยียดข้อทุกวันเพื่อคงช่วงการเคลื่อนไหว 

  • หลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง นั่งยอง หรือนั่งนานเกินไป 

  • ทำกายภาพบำบัดเฉพาะทาง 

โรงพยาบาลเอส เฉพาะกระดูกสันหลังและข้อ มีแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ เทคโนโลยีการรักษาที่จะช่วยให้คุณภาพชีวิตและคืนช่วงเวลาที่ดีให้คุณ