Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
ปรับท่าใช้โทรศัพท์ ห่างไกลกระดูกคอเสื่อม
/คลังความรู้/
ปรับท่าใช้โทรศัพท์ ห่างไกลกระดูกคอเสื่อม
“แค่ปรับชีวิตก็เปลี่ยน” ประโยคนี้เห็นทีจะไม่ใช่วลีลอยๆ เพราะขนาดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเองยังแนะนำว่า หากคุณมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ คุณแค่ปรับพฤติกรรมแค่นี้ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยน
ในยุคสังคมก้มหน้าที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาแทนที่วิถีปฏิบัติแบบเดิมๆ เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มนุษย์ขาดไม่ได้ แน่นอนว่าเหรียญมี 2 ด้านเสมอ เทคโนโลยีที่ว่าดีนั้นก็แฝงภัยเงียบพร้อมคร่าชีวิตผู้คนได้เช่นกัน การนั่งทำงานนานผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่การเล่นมือถือ ท่าทางเหล่านี้เมื่อเกิดการทำท่าเดิมซ้ำๆ จนติดเป็นนิสัยคุณอาจกลายเป็น Text Neck Syndrome โดยไม่รู้ตัว และหากไม่ปรับพฤติกรรมคุณเอง ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเสี่ยงเป็นโรคกระดูกคอเสื่อมในที่สุด
จากสถิติของโรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์เนิร์ฟ รพ.เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง พบว่า ตั้งแต่ปี 2561 –ปัจจุบัน มีผู้ป่วยเข้ามาทำการรักษาโรคกระดูกคอเสื่อมมากขึ้นถึง 4 เท่า โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงาน สาเหตุมาจากการทำงานนานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ รวมไปถึงการก้มเล่นโทรศัพท์มือถือ สำหรับอาการของโรคส่วนใหญ่ คือปวดคอ โดยอาจเกิดจากหมอนรองกระดูกคอบวมออกมาระคายเคืองเส้นประสาท หรือมีกระดูกคอทรุดทำให้เส้นประสาทโดนกดทับ บางรายอาจมีอาการปวด ชา ร้าวลง บ่า ไหล่ แขนและมือร่วมด้วย
สาเหตุที่การเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ ในแต่ละวันสามารถก่อให้เกิด Text Neck Syndrome นั้น เป็นเพราะขณะที่เราเล่นโทรศัพท์มือถือ ร่างกายจะอยู่ในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสม นั่นคือ ท่าที่ศีรษะโน้มมาทางด้านหน้า ไหล่สองข้างห่อและก้มหลัง
📚
ยิ่งก้ม ยิ่งเสี่ยงปวดคอเรื้อรัง
วิธีการป้องกัน Text Neck Syndrome
สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมในการเล่นโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าทางในการใช้งาน หรือระยะเวลาที่ใช้งาน
หากเราอยู่ในท่านั่งเล่นมือถือ
เราควรมีเก้าอี้ดีๆ สักหนึ่งตัวเพื่อรองรับท่าเล่นมือถือของเรา เก้าอี้ดีๆ ที่ว่านั้นควรมีที่วางแขน และเราควรจะพยายามให้ท่าทางของคออยู่ในแนวตรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ก้มคอ ก้มหลัง และไม่ห่อไหล่ ในขณะที่เล่นมือถือ เพื่อที่จะได้ลดแรงกระทำต่อกระดูกสันหลังบริเวณคอ โดยที่เรานั่งหลังตรงและถ้ามีพนักพิงหลังหรือศีรษะก็จะสามารถพิงเพื่อช่วยลดแรงที่กระทำได้มากขึ้น
ต่อไปให้ทำการงอแขนและศอกขึ้นมาให้มือถืออยู่ในระดับสายตาที่สามารถมองเห็นได้สะดวกโดยไม่มีการก้มคอ และถ้าสามารถหาหมอนมารองไว้ที่บริเวณแขนก็จะดีมากยิ่งขึ้นเพราะจะช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อแขนได้ การมีอุปกรณ์ที่วางแขนเพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อแขนและบ่า อาจจะเป็นที่รองแขนที่มีอุปกรณ์ช่วยในการวางโทรศัพท์หรือหมอนธรรมดาก็ได้เช่นกัน
และอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กล้ามเนื้อบ่าและแขนทำงานหนักคือการที่ใส่เคสโทรศัพท์มือถือที่หนักจนเกินไปก็จะส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานหนักมากขึ้นและมีอาการปวดได้ง่ายขึ้น แนะนำให้ใส่เคสโทรศัพท์ที่มีน้ำหนักเบาก็จะช่วยลดการเกิดอาการปวดได้เช่นกัน
ในส่วนของท่านอนเล่นมือถือ
เราควรมีหมอน 1 ใบ วางหนุนบริเวณใต้ศีรษะ เหมือนนอนปกติ แต่กรณีที่นอนเล่นบนพื้นให้ใช้หมอนหนาๆ อีก 1 ใบ วางรองใต้ลำตัวส่วนบนเพื่อใช้ยกลำตัวช่วงบนและศีรษะให้อยู่ในระนาบเดียวกัน ลดการก้มศีรษะ และใช้หมอนหนาๆ อีก 1 ใบ รองช่วงมือให้สูงขึ้นใกล้เคียงระดับสายตา เพื่อช่วยให้มองโทรศัพท์ได้ง่าย ไม่ก้มศีรษะ
📚
หยุดทรมานจากโรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท ด้วยเทคนิค PSCD
📚
ลดความเจ็บปวด ด้วยเทคโนโลยี “เลเซอร์”
อย่างไรก็ตาม การรักษาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น สามารถทำได้โดยการกายภาพบำบัด เช่น การคลายกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อ การสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และการปรับท่าทางของร่างกายให้อยู่ในอิริยาบถที่เหมาะสม นอกจากนี้การใช้ยาเพื่อลดการอักเสบ ปวดคอ และคลายกล้ามเนื้อก็สามารถช่วยลดอาการปวดได้เช่นกัน แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจนถึงขั้นกระดูกคอเสื่อม อาจต้องเข้ามาปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง