Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
PSLD เทคนิคการรักษาโรคปวดหลังใหม่ล่าสุด แผลเล็ก เจ็บตัวน้อย เทคโนโลยีที่ทันสมัย และปลอดภัย
/คลังความรู้/
PSLD เทคนิคการรักษาโรคปวดหลังใหม่ล่าสุด แผลเล็ก เจ็บตัวน้อย เทคโนโลยีที่ทันสมัย และปลอดภัย
อาการปวดหลังปวดเอว มักก่อให้เกิดความรำคาญและทรมานต่อร่างกาย บางคนไม่สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข อาการที่พบบ่อยและที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวดคือโรคโพรงประสาทส่วนเอวตีบแคบ (Lumbar spinal stenosis)
โรคโพรงประสาทส่วนเอวตีบแคบ
คือภาวะที่มีการตีบแคบลงของโพรงที่เป็นช่องว่างตลอดความยาวภายในกระดูกสันหลัง ที่เรียกกันว่าโพรงกระดูกสันหลังหรือโพรงประสาท (Spinal canal) ซึ่งเป็นช่องทางผ่านของเส้นประสาทไขสันหลัง (spinal cord) การตีบแคบอาจเกิดเพียงระดับเดียวหรือหลายระดับของโพรงกระดูกสันหลังก็ได้ ซึ่งช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ อาจเกิดจากภาวะกระดูกหนาตัวขึ้น, เอ็นหนาตัวขึ้น, หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (ปวดหลังจากโรคหมอนรองกระดูกสันหลัง), กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis), มีอาการขาชา หรือมีภาวะต่างๆ ดังกล่าวเกิดขึ้นร่วมกัน
โพรงประสาทตีบเเคบ สาเหตุ ที่พบได้บ่อย คือ
1. ความผิดปกติแต่กำเนิดของโพรงกระดูกสันหลัง
2. การเสื่อมตามอายุ
3. โรคกระดูกพรุน
4. โรคกระดูกสันหลังเสื่อม
อาการของโรคโพรงประสาทตีบแคบ
โรคโพรงประสาทส่วนเอวตีบแคบมักทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการปวดหลังโดยอาจพบร่วมกับ อาการปวดร้าวลงขาข้างเดียวหรือสองข้าง เดินแล้วมีกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงหรือปวดขา อาการขาชา ปวดน่องจนต้องหยุดเดินเป็นพักๆ ซึ่งเกิดจากเส้นประสาทเอวถูกกดทับ หรือภาวะขาดเลือดของเส้นประสาท และพบบ่อยว่าทำให้เกิดอาการเดินลำบาก ส่งผลถึงการดำรงชีวิตประจำวันได้
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังล่างร้าวลงขาจนส่งผลกระทบต่อการเดิน หรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น เดินนานไม่ได้ หยุดเดินบ่อยๆ หรือเดินได้ระยะทางสั้นลง หรือมีกล้ามเนื้อขาลีบ ขาชา และมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย
นอกจากนี้ ถ้ามีอาการปวดบริเวณด้านหลังขาร่วมกับมีอาการไข้ หรือน้ำหนักลดมาก เบื่ออาหาร ปวดมากขณะนอนพัก หรือปวดช่วงกลางคืนอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นอาการบ่งชี้ว่าอาจมีปัญหาที่มาจากการติดเชื้อหรือจากโรคมะเร็งของกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยจึงควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังโดยด่วน
ใครบ้างมีโอกาสเป็นโรคนี้
คนที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
คนอ้วน
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน
ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
การตรวจวินิจฉัยอาการปวดร้าวลงขา
แพทย์จะวินิจฉัยโรคโพรงประสาทส่วนเอวตีบแคบ โดยการตรวจร่างกายและทำการตรวจ x-ray เพื่อประเมินโครงสร้างว่ามีความผิดปกติที่กระดูกสันหลังจริงหรือไม่ และตรวจด้วยเครื่อง MRI เพื่อประเมินความผิดปกติของหมอนรองกระดูกสันหลัง ช่องไขสันหลัง และเส้นประสาทว่ามีการถูกกดทับหรือไม่
การรักษา
วิธีการรักษาโรคโพรงกระดูกสันหลังเอวตีบแคบ ประกอบด้วย การใช้ยา การทำกายภาพบำบัด และการผ่าตัด
⭐
การรักษาด้วยยา
ยาต้านการอักเสบ : เพื่อลดอาการปวดที่เล็กน้อยและปานกลาง ซึ่งผลข้างเคียงของยา เช่น ปวดท้อง แผลในกระเพาะอาหาร ปัญหาทางตับ และไต
ยาแก้ปวด : ใช้เพื่อลดอาการปวด เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol)
ยาคลายกล้ามเนื้อ : ใช้เพื่อลดการหดเกร็งตึงตัวของกล้ามเนื้อ อาการปวดที่เกิดจากการหดเกร็งตัวของกล้ามเนื้อก็จะลดลงได้
ใช้ยาหลายๆ ชนิดร่วมกัน : เพื่อลดอาการปวดและลดการอักเสบ เช่น ยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ
ยาต้านอาการซึมเศร้าบางชนิด (ที่ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาท) : เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ
ยากันชักบางชนิด (ที่ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาท) : เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ
⭐
การทำกายภาพบำบัด
เพื่อรักษาอาการปวด เช่น การกระตุ้นเส้นประสาทด้วยการใช้เครื่อง Transcutaneous Electrical Nerve Stimulation (TENS) การนวด การใช้คลื่นอัลตร้าซาวด์ การฝังเข็ม (Acupuncture) การดึงขยายข้อต่อกระดูกสันหลัง (Traction) และการฝึกกล้ามเนื้อหลังและขาให้มีความแข็งแรง เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานได้ดี
⭐
การผ่าตัด
เมื่อการใช้ยาและการทำกายภาพบำบัดไม่ได้ผล หรืออาการที่เกิดขึ้นส่งผลรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวันและเสียการควบคุมระบบขับถ่าย โดยจุดประสงค์ของการผ่าตัดเพื่อลดการกดทับต่อเส้นประสาทและไขสันหลัง แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับอาการและการวินิจฉัยของแพทย์ ด้วยเทคนิคพิเศษเฉพาะทางของโรงพยาบาลเอส สไปน์ คือการส่องกล้องรักษาโรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบด้วยเทคนิค PSLD (Percutaneous Stenoscopic Lumbar Decompression) แพทย์จะสอดกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscopic) ผ่านการเปิดแผลขนาด 0.5 ซม. เข้าไปยังเส้นประสาทส่วนที่ถูกกดทับอยู่โดยตรง โดยไม่ต้องตัดเลาะกล้ามเนื้อส่วนที่ดีออก กล้องเอ็นโดสโคปจะช่วยให้แพทย์มองเห็นเส้นประสาทได้อย่างชัดเจน สามารถเลือกตัดเฉพาะส่วนที่มีการกดทับเส้นประสาทออกได้ ไม่ว่าจะเป็นการกดทับจากหมอนรองกระดูกปลิ้นหรือจากการบีบรัดจากกระดูกข้อต่อและเส้นเอ็นก็ตาม ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที จากนั้นผู้ป่วยสามารถลุกเดินได้ทันทีภายหลังการผ่าตัด
ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีนี้
แผลผ่าตัดขนาดเล็กมากเพียง 0.5 เซนติเมตร
สูญเสียเลือดน้อย
ฟื้นตัวเร็ว หลังจากผ่าตัดสามารถลุกขึ้นได้
ความปลอดภัยสูง
ความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ
นอนโรงพยาบาลเพียง 1 คืนก็กลับบ้านได้
ค่าใช้จ่ายน้อยลงเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยแบบเดิม
ลดการทำลายเนื้อเยื่อส่วนดีที่อยู่รอบบริเวณผ่าตัด
หลังเข้ารับการรักษาสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ