Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
เชื่อมกระดูกสันหลัง กรณีกระดูกเคลื่อน โดยเทคนิคบอบช้ำน้อย
/คลังความรู้/
เชื่อมกระดูกสันหลัง กรณีกระดูกเคลื่อน โดยเทคนิคบอบช้ำน้อย
“การรักษากระดูกสันหลังเคลื่อน ด้วยเทคนิคบอบช้ำน้อย”
กระดูกสันหลังเคลื่อนคืออะไร?
กระดูกสันหลังเคลื่อน หมายถึงภาวะที่กระดูกสันหลังข้อหนึ่งเคลื่อนไปด้านหน้ามากกว่าปกติ มักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะบริเวณเอวข้อที่ 4 ต่อข้อที่ 5 เนื่องจากเป็นจุดที่รับน้ำหนักมากและมีการเคลื่อนไหวบ่อย
อาการของกระดูกสันหลังเคลื่อน
ปวดหลัง
ปวดร้าวลงขา (อาจเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง)
ขาชาและอ่อนแรง (ในกรณีรุนแรง)
สาเหตุของกระดูกสันหลังเคลื่อน
การใช้งานหลังผิดวิธี
กระดูกสันหลังอ่อนแอ
ความเสื่อมของกระดูก (พบบ่อยในผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป)
หมอนรองกระดูกเสื่อม ทำให้ข้อต่อรับแรงกดมากขึ้น
การรักษากระดูกสันหลังเคลื่อนด้วยเทคนิคบอบช้ำน้อย
วิธีการรักษาหลักคือการเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของข้อและป้องกันไม่ให้เคลื่อนมากขึ้น พร้อมกับนำส่วนที่กดทับเส้นประสาทออก โดยใช้เทคนิคที่ก่อให้เกิดการบอบช้ำน้อย ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ :
ใช้สกรูแบบเจาะรู (Percutaneous Screw) ในการยึด
ใช้เครื่องนำทางพิเศษในการใส่สกรู
นำส่วนที่กดทับเส้นประสาทออก
ใส่หมอนรองกระดูกเทียม (PEEK) ผ่านแผลขนาดเล็ก
ข้อดีของเทคนิคนี้
แผลมีขนาดเล็ก
ไม่ทำลายกล้ามเนื้อ
ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็ว
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว:
ปวดหลังเป็นประจำ
มีอาการชาบริเวณที่เส้นประสาทถูกกดทับ
ปวดมากขึ้นเมื่อเดินต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ปวดหลังรุนแรงจนรู้สึกเดินต่อไม่ไหว
ที่โรงพยาบาล เอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีทันสมัยในการรักษากระดูกสันหลังเคลื่อน ด้วยเทคนิคบอบช้ำน้อย ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
อย่าปล่อยให้อาการปวดหลังรบกวนคุณภาพชีวิต หากมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง การรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพที่อาจรุนแรงในอนาคตได้