Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
ทำไมกระดูกจึงเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย?
/คลังความรู้/
ทำไมกระดูกจึงเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย?
กระดูกเป็นส่วนสำคัญของร่างกาย เนื่องจากกระดูกสันหลังเป็นหนึ่งในอวัยวะที่สำคัญที่สุด ซึ่งช่วยสนับสนุนให้ร่างกายตั้งตรง ก้ม และบิดตัวได้
ภายในกระดูกมีไขกระดูกที่ทำหน้าที่ผลิตเม็ดเลือด (Blood Cell) นอกจากนี้กระดูกยังเป็นที่เก็บแร่ธาตุแคลเซียมในร่างกาย และช่วยป้องกันเส้นประสาทและหลอดเลือดที่ทอดอยู่ตามแนวของกระดูก
รู้ไหมร่างกายของคนเรามีกระดูกกี่ชิ้น?
คำตอบ คือ 206 ชิ้น สำหรับผู้ใหญ่ และเด็ก มีกระดูก 350 ชิ้น เนื่องจากเมื่อเด็กกำลังอยู่ในช่วงวัยเจริญเติบโต กระดูกหลายชิ้นจำเป็นต้องใช้ในการเชื่อมต่อร่างกาย และเมื่อเด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กระดูกสองหรือสามชิ้นจะค่อยๆ รวมตัวกันเป็นชิ้นเดียว
รู้จักกระดูกให้ถูกทาง
ในกระดูก 206 ชิ้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามตำแหน่งที่อยู่ของกระดูก คือ
1. กระดูกแกน (Axial Skeleton) เป็นกระดูกที่อยู่บริเวณกลางลำตัว มีทั้งหมด 80 ชิ้น ทำหน้าที่ค้ำจุนพยุงร่างกาย ประกอบด้วย:
กระดูกกะโหลกศรีษะ 29 ชิ้น (ไม่รวมฟัน)
กระดูกสันหลัง 26 ชิ้น
กระดูกซี่โครง 24 ชิ้น
กระดูกหน้าอก 1 ชิ้น
2. กระดูกรยางค์ (Appendicular Skeleton) เป็นกระดูกที่ยื่นจากกระดูกแกนออกไป มีทั้งหมด 126 ชิ้น ทำหน้าที่ค้ำจุนพยุงร่างกายและป้องกันอวัยวะภายใน ได้แก่:
กระดูกแขน ข้างละ 30 ชิ้น รวม 60 ชิ้น
กระดูกขา ข้างละ 30 ชิ้น รวม 60 ชิ้น
กระดูกสะบัก ข้างละ 1 ชิ้น รวม 2 ชิ้น
กระดูกเชิงกราน ข้างละ 1 ชิ้น รวม 2 ชิ้น
กระดูกไหปลาร้า ข้างละ 1 ชิ้น รวม 2 ชิ้น
ความเชื่อและความจริง
อาหารบำรุงกระดูก
อาหารที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูก ได้แก่:
นมสด
ไข่แดง
ผักใบเขียว
ผลไม้
อาหารที่มีวิตามินดี เช่น น้ำมันตับปลา
ผักสด
นอกจากนี้ การออกกำลังกายเป็นประจำก็มีส่วนช่วยพัฒนากระดูกให้แข็งแรงด้วย
ส่วนข้อควรระวัง คือ อย่าให้น้ำหนักตัวมากเกินไป เพราะอาจทำให้ข้อต่อชำรุดหรือเสื่อมสภาพเร็ว
โรคที่เกี่ยวกับกระดูก
มีที่มาจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม เชื้อโรค สิ่งแวดล้อม หรือ วัย-อายุที่เพิ่มขึ้น
โครงสร้างกระดูกสันหลัง
กระดูกสันหลังประกอบด้วย กระดูกและกล้ามเนื้อ อยู่บริเวณด้านหลังของลำตัว ทำหน้าที่ในการรับน้ำหนัก และเชื่อมโยงเส้นประสาทจากสมองถึงเชิงกราน ภายในกระดูกสันหลังมีส่วนที่เรียกว่า “ไขสันหลัง” ซึ่งมีหน้าที่นำคำสั่งจากสมองไปสู่อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย
กระดูกสันหลังที่อยู่ด้านนอกมีหน้าที่คอยป้องกัน “ไขกระดูกสันหลัง” ที่อยู่ภายใน “โพรงกระดูกสันหลัง” ระหว่างกระดูกสันหลังแต่ละข้อจะมี “หมอนรองกระดูก” คั่นกลางอยู่
ลักษณะของ “หมอนรองกระดูก” ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ
1. หมอนรองกระดูกชั้นใน มีลักษณะคล้ายเจลลี่ หรือ นิวเคลียสพอลโพซัส (Nucleus Pulposus)
2. หมอนรองกระดูกชั้นนอก มีลักษณะเหมือนถุงห่อหุ้ม เรียกว่า อนุลัสไฟโบรซัส (Annulus Fibrosus)
ความสำคัญของ “หมอนรองกระดูก” คือ มีหน้าที่รับน้ำหนักในการขยับหลังเพื่อก้มหรือแอ่น ระหว่าง “กระดูกสันหลัง” แต่ละข้อจะมี “เส้นประสาท” อยู่ภายใน
รู้เรื่องกระดูกใช้ชีวิตถูกวิธี
กระดูกสันหลังมี 4 ส่วน :
กระดูกสันหลังส่วนคอ มี 7 ชิ้น / C1-C7
กระดูกสันหลังช่วงอก มี 12 ชิ้น / T1-T12
กระดูกสันหลังช่วงเอว มี 5 ชิ้น / L1-L5
กระดูกช่วงเชิงกราน มี 1 ชิ้น
เมื่ออายุมากขึ้น มีสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหลัง เช่น การฉีกขาดของ “หมอนรองกระดูกชั้นนอก” หรือ “หมอนรองกระดูกชั้นใน” มีน้ำน้อยลง ทำให้มีคุณสมบัติในการรับน้ำหนักได้น้อยลง ข้อต่อตด้านหลังเสื่อม ทำให้หลวมและเกิดการขยับของกระดูกสันหลังมากกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการปวด หมอนรองกระดูกที่เสื่อมและเคลื่อนไปทับเส้นประสาท ทำให้มีอาการปวดร้าวลงขาได้ทันที และหินปูนที่กระดูกสันหลังสามารถงอกและยืดไปกดทับเส้นประสาท ซึ่งเป็นสาเหตุของการปวดอีกอย่างหนึ่ง อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดกระดูกสันหลัง