“เล่นกีฬามาตลอด ไม่คิดว่าจะรุนแรงจนเดินไม่ได้”

“เล่นกีฬามาตลอด ไม่คิดว่าจะรุนแรงจนเดินไม่ได้”

การเล่นกีฬาช่วยเสริมความแข็งแรงและเป็นกิจกรรมที่หลายคนรัก แต่หากร่างกายมีความผิดปกติอยู่เดิม หรือได้รับแรงกระแทกและแรงบิดซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน อาการปวดหลังอาจค่อย ๆ สะสมและรุนแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว

 

เช่นเดียวกับเรื่องราวของ Mr. Hans Jorg Burgerer ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ที่เล่นเทนนิสมานานถึง 20 ปี ก่อนจะเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟในช่วง ปีที่ผ่านมา 

จากกิจกรรมที่เคยสร้างความสุข กลับกลายเป็นสิ่งที่กระตุ้นให้อาการปวดหลังรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดความรู้สึกเหมือนไฟช็อตลามลงขาถึงฝ่าเท้า และเดินได้เพียง 2–3 นาทีเท่านั้น

 

จากเทนนิส 20 ปี สู่กอล์ฟที่เพิ่มแรงกระแทกต่อหลัง 

Mr. Hans เล่าว่า เขาใช้ชีวิตอยู่กับกีฬามาเป็นเวลานาน โดยเล่นเทนนิสต่อเนื่องประมาณ 20 ปี ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้การหมุนลำตัว การเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว และการเปลี่ยนทิศทางอยู่ตลอดเวลา 

หลังจากนั้น เขาเริ่มเปลี่ยนมาเล่นกอล์ฟเมื่อประมาณ ปีที่แล้ว แต่ยิ่งเล่นกีฬา อาการปวดหลังก็ยิ่งชัดเจนและรุนแรงขึ้น 

โดยเฉพาะในจังหวะที่ตีพลาด หัวไม้กอล์ฟกระแทกลงบนพื้นดินแทนที่จะโดนลูก แรงสะเทือนจะส่งผ่านจากไม้ขึ้นมาที่แขน ลำตัว และหลังทันที 

สำหรับคนที่มีปัญหากระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูกอยู่แล้ว แรงกระแทกและแรงบิดที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อาจยิ่งกระตุ้นให้อาการปวดรุนแรงขึ้นได้

 

ปวดหลังนานกว่า ปี ก่อนลามเป็นไฟช็อตลงขา 

Mr. Hans ต้องทนกับอาการปวดหลังมานานกว่า ปี แต่ในช่วงแรกยังสามารถใช้ชีวิตและเล่นกีฬาได้ แม้อาการจะเพิ่มขึ้นหลังการออกกำลังกายก็ตาม 

จนกระทั่งประมาณ เดือนก่อนเข้ารับการรักษา อาการเริ่มเปลี่ยนไปจากการปวดหลังเพียงอย่างเดียว กลายเป็นความรู้สึกเหมือนไฟช็อตหรือยิบ ๆ ลามลงไปตามขา จนถึงบริเวณฝ่าเท้า 

อาการนี้เกิดจากเส้นประสาทที่ถูกกดทับ ทำให้ความเจ็บปวดไม่ได้อยู่เฉพาะบริเวณหลัง แต่ร้าวไปตามแนวเส้นประสาทลงสู่ขา 

จากคนที่เคยเล่นเทนนิสและกอล์ฟได้ กลับต้องเผชิญกับข้อจำกัดที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

 

จากนักกีฬา กลายเป็นเดินได้เพียง 2–3 นาที 

อาการปวดร้าวลงขาส่งผลต่อชีวิตประจำวันของ Mr. Hans อย่างมาก เพราะเขาสามารถเดินได้เพียงประมาณ 2–3 นาทีเท่านั้น ก่อนจะต้องหยุดพักจากความเจ็บปวด 

สำหรับคนที่เคยใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงและมีกีฬาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การเดินได้เพียงไม่กี่นาทีไม่ได้เป็นเพียงข้อจำกัดทางร่างกาย แต่ยังทำให้กิจกรรมที่เคยรักต้องหยุดลงไปด้วย 

Mr. Hans พยายามรักษามาหลายวิธี ทั้งการทำกายภาพบำบัดหลายครั้ง การเข้ารับคำปรึกษาจากคลินิกกระดูกสันหลังแห่งอื่นในประเทศไทย การฝังเข็ม การว่ายน้ำ และการออกกำลังกายด้วยตัวเองที่บ้าน 

แต่แม้จะทดลองมาหลายวิธี อาการปวดและความรู้สึกเหมือนไฟช็อตลงขาก็ยังไม่ดีขึ้น

 

พบโรงพยาบาลจากโฆษณาตรวจ MRI บน Facebook 

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ Mr. Hans เห็นโฆษณาของ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ บน Facebook เกี่ยวกับบริการตรวจ MRI ในราคาที่สมเหตุสมผล จึงตัดสินใจนัดหมายเข้ารับการตรวจ 

เมื่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาล เขาได้รับการต้อนรับและการดูแลจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด โดยมีคุณเบคกี้คอยให้ข้อมูลและพาไปยังแผนกต่าง ๆ ตลอดกระบวนการตรวจ 

หลังจากตรวจ MRI แล้ว Mr. Hans ได้เข้าปรึกษากับ คุณหมอพล หรือ Dr. Paul เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการ 

ผลตรวจพบว่า เส้นประสาทถูกกดทับอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก ซึ่งเป็นต้นเหตุของอาการปวดหลัง ความรู้สึกเหมือนไฟช็อตลงขา และข้อจำกัดในการเดิน

 

ความมั่นใจเกิดขึ้นจากประสบการณ์ของแพทย์ 

ก่อนตัดสินใจรักษา Mr. Hans ได้สอบถามคุณหมอว่า เคยผ่าตัดลักษณะนี้มาแล้วกี่เคส 

เมื่อได้รับคำตอบว่า คุณหมอมีประสบการณ์ผ่าตัดมาแล้วมากกว่า 800 เคส เขาจึงรู้สึกมั่นใจว่าตนเองอยู่ในการดูแลของแพทย์ที่มีประสบการณ์ 

ความมั่นใจนี้ทำให้เขาตัดสินใจเข้ารับการรักษาทันที หลังจากใช้เวลาปรึกษากับคุณหมอเพียงประมาณ 1–2 ชั่วโมง 

Mr. Hans ต้องการให้การรักษาเกิดขึ้นภายในวันเดียวกันโดยไม่ต้องรอ และทางโรงพยาบาลสามารถจัดเตรียมการรักษาให้ได้ตามความต้องการ 

เขาเล่าว่าไม่ได้รู้สึกกลัวการผ่าตัด เพราะเชื่อมั่นในความเชี่ยวชาญของแพทย์และเทคโนโลยีการรักษาของโรงพยาบาล

 

รักษาด้วย PSLD เพื่อคลายการกดทับเส้นประสาท 

Mr. Hans เข้ารับการรักษาด้วยเทคนิค PSLD ซึ่งเป็นการผ่าตัดส่องกล้องแผลเล็ก เพื่อเข้าไปคลายการกดทับบริเวณเส้นประสาท 

เป้าหมายของการรักษาคือการนำส่วนที่กดเบียดเส้นประสาทออก เพื่อให้เส้นประสาทกลับมามีพื้นที่และลดอาการปวดร้าวลงขา 

หลังการผ่าตัด เขาพบว่าไม่มีอาการเจ็บปวดแบบเดิม สามารถรับประทานอาหารและนอนหลับได้ดี โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิดภายในห้องพัก ทำให้รู้สึกปลอดภัยตลอดช่วงการพักฟื้น

 

เพียง 24 ชั่วโมง ก็กลับบ้านได้โดยไม่มีอาการปวด 

ในวันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 10 โมงเช้า คุณหมอเข้ามาตรวจอาการ และพบว่า Mr. Hans ไม่มีอาการปวดร้าวเหมือนก่อนการรักษาแล้ว 

หลังรับประทานอาหารกลางวัน เขาจึงสามารถออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้านได้ทันที รวมระยะเวลาตั้งแต่การตรวจจนถึงการกลับบ้านประมาณ 24 ชั่วโมง 

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน คือเขาสามารถกลับมาเดินได้โดยไม่มีปัญหา และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้เดินได้เพียงไม่กี่นาทีก็ต้องหยุดพัก 

จากความเจ็บปวดที่รบกวนมานานกว่า ปี และอาการไฟช็อตลงขาที่รุนแรงในช่วง เดือนสุดท้าย วันนี้อาการเหล่านั้นหายไปหลังได้รับการรักษาที่ตรงจุด

 

ผ่านไป สัปดาห์ กลับมาใช้ชีวิตได้โดยไม่มีอาการปวด 

หลังการรักษาผ่านไปประมาณ สัปดาห์ Mr. Hans เล่าว่า เขามีความสุขมาก เพราะไม่มีอาการปวดกลับมารบกวนอีก และสามารถกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ 

สำหรับคนที่เคยมีกีฬาเป็นส่วนสำคัญของชีวิต การรักษาครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการเดินได้ดีขึ้น แต่คือการได้โอกาสกลับไปใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉงอีกครั้ง โดยไม่ต้องอยู่กับความเจ็บปวดตลอดเวลา 

Mr. Hans ประทับใจในความทันสมัยและความสะอาดของโรงพยาบาล รวมถึงประสบการณ์ของทีมแพทย์และการดูแลของเจ้าหน้าที่ทุกคน 

สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประทับใจมากที่สุด คือความรวดเร็วของกระบวนการรักษา ตั้งแต่การตรวจ MRI การวินิจฉัย การผ่าตัด ไปจนถึงการกลับบ้าน ซึ่งเกิดขึ้นภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

 

เมื่อเล่นกีฬาแล้วปวดหลัง ไม่ควรฝืนจนร้าวลงขา 

ประสบการณ์ของ Mr. Hans สะท้อนให้เห็นว่า แม้กีฬาจะเป็นกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ แต่หากเริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรัง และยิ่งเล่นยิ่งปวด ก็ไม่ควรมองว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าหลังออกกำลังกายเสมอไป 

โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีอาการปวดร้าวลงขา ชา ยิบ ๆ เหมือนไฟช็อต หรือเดินได้น้อยลง อาจเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทกำลังถูกกดทับ 

การฝืนเล่นกีฬาต่อไป หรือรักษาด้วยวิธีบรรเทาอาการเพียงอย่างเดียว อาจทำให้อาการรุนแรงและกระทบต่อการใช้ชีวิตมากขึ้น 

บริการที่เกี่ยวข้อง