“มึนหัว ตึงท้ายทอย คิดว่าเป็นความดัน” ก่อนพบสาเหตุจากหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท

“มึนหัว ตึงท้ายทอย คิดว่าเป็นความดัน” ก่อนพบสาเหตุจากหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท

อาการมึนหัว ตึงศีรษะ หรือตึงท้ายทอย อาจทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นเรื่องความดัน ความเครียด หรือปัญหาสุขภาพทั่วไป แต่ในบางราย อาการเหล่านี้อาจมีต้นเหตุมาจากกระดูกคอ หมอนรองกระดูก และเส้นประสาท

 

เช่นเดียวกับเรื่องราวของ คุณณัฐพงษ์ งามวัฒนาเจริญ อายุ 47 ปี เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่เริ่มจากอาการมึนหัว ตึงศีรษะ และตึงท้ายทอยต่อเนื่องอยู่นานหลายเดือน จนในที่สุดจึงพบว่าสาเหตุแท้จริงคือ หมอนรองกระดูกคอทับไขสันหลังและทับเส้นประสาท 

 

เหตุการณ์ที่สนามบอล ทำให้อาการยิ่งชัดเจน 

จุดเริ่มต้นของอาการคุณณัฐพงษ์ ไม่ได้เริ่มจากอาการปวดคอร้าวลงแขนเหมือนที่หลายคนคุ้นเคย จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อไปดูฟุตบอล “หมอนทอง” และนั่งอยู่ฝั่งที่ไม่มีหลังคา ท่ามกลางอากาศร้อนจัด หลังจากเหตุการณ์นั้น ร่างกายเริ่มมีความผิดปกติชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะความดันโลหิตที่สูงขึ้นผิดปกติ ทั้งที่เดิมเป็นคนออกกำลังกายหนัก เตะฟุตบอลและวิ่งเป็นประจำ 

เมื่อตรวจหัวใจแล้วไม่พบความผิดปกติ แพทย์จึงส่งตรวจระบบประสาทและสมอง จนพบว่าเส้นบริเวณท้ายทอยตึงมาก เมื่อทำกายภาพแล้วความดันลดลง แต่อาการมึนหัวยังคงไม่หายไป 

 

ทนมึนหัวนานหลายเดือน จนต้องขอตรวจ MRI อย่างละเอียด 

คุณณัฐพงษ์ทนกับอาการมึนหัวเรื้อรังนานประมาณ 5-6 เดือน จนเริ่มมั่นใจว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติอยู่ภายในร่างกาย เขาจึงขอแพทย์ตรวจ MRI อย่างละเอียด ทั้งสมอง เส้นเลือด และกล้ามเนื้อคอ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการ       ผลตรวจพบว่าสมองและเส้นเลือดปกติ แต่กลับพบปัญหาที่บริเวณคอ คือ หมอนรองกระดูกคอทับไขสันหลังและทับเส้นประสาท 

เมื่อทราบผล โรงพยาบาลแรกที่ตรวจแนะนำให้ผ่าตัดแบบเปิดแผลทันที แต่คุณณัฐพงษ์ยังต้องการความเห็นที่สอง หรือ Second Opinion เพราะไม่อยากตัดสินใจผ่าตัดใหญ่โดยยังไม่รู้ว่ามีทางเลือกอื่นหรือไม่ 

เขาจึงค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ต จนพบข้อมูลของ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ และพบว่ามีผู้แนะนำถึง หมอพร นริศชาติ เป็นจำนวนมาก 

 

Second Opinion ที่เปลี่ยนแนวทางการรักษา 

เมื่อมาพบคุณหมอพร ดูผลตรวจอย่างละเอียด ก่อนอธิบายว่าอาการของ คุณณัฐพงษ์ ยังสามารถรักษาด้วย เลเซอร์ ได้ คุณหมอวินิจฉัยว่า หมอนรองกระดูกยังเป็นลักษณะที่ไปแตะหรือกดเบียดเส้นประสาทในระดับที่ยังไม่รุนแรงมาก ซึ่งมาจากการที่เขาทำงานด้วยการที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และ iPad เป็นเวลานาน รวมถึงสมัยห่อนเคยชอบเล่นเจ็ตสกี ซึ่งเป็ฯกีฬาที่ดั้บแรงกระแทกมากอีกด้วย 

คำอธิบายต่างๆ ของคุณหมอ แตกต่างจากโรงพยาบาลเดิมที่แนะนำให้ผ่าตัดแบบเปิดแผลยาวประมาณ 7-8 เซนติเมตร และอาจต้องใส่ไทเทเนียมเพื่อยึดข้อกระดูก ซึ่งอาจส่งผลต่อการก้ม เงย หรือการใช้งานคอในอนาคต 

เมื่อรู้ว่ายังมีทางเลือกที่เจ็บตัวน้อยกว่า จึงตัดสินใจรักษาที่โรงพยาบาลเอสทันที ด้วยความมั่นใจในความเฉพาะทาง เครื่องมือ และแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของตัวเอง

 

รักษาด้วยเลเซอร์ แผลเล็กจนแทบมองไม่เห็น 

คุณณัฐพงษ์เล่าว่า การรักษาด้วยเลเซอร์เป็นวิธีที่ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด และแทบไม่รู้สึกเจ็บ เขาเปรียบเทียบว่า “ตอนเจาะเลือด” หาหมอตรวจร่างกาย เจ็บมากกว่าการรักษาด้วยเลเซอร์เสียอีก 

ขั้นตอนการรักษาใช้เวลาไม่นาน ไม่ถึง ชั่วโมง โดยช่วงที่ใช้เลเซอร์จริง ๆ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น เมื่อตื่นขึ้นมา เขายังถามพยาบาลด้วยความแปลกใจว่า “เสร็จแล้วเหรอ” 

หลังการรักษาเพียง วัน เขาแทบไม่รู้สึกเจ็บแผล แผลมีขนาดเล็กมากจนแทบมองไม่เห็นเมื่อเทียบกับการผ่าตัดเปิดแผล และสามารถลุกเดินได้ในวันรุ่งขึ้น

 

อาการมึนหัวดีขึ้น และรู้สึกโล่งขึ้นอย่างชัดเจน 

หลังการรักษา คุณณัฐพงษ์รู้สึก “โล่ง” ขึ้นทันที อาการมึนหัวที่รบกวนชีวิตมานานประมาณครึ่งปี หลังการรักษา ส่วนอาการที่เหลือคุณหมออธิบายว่าต้องใช้เวลาให้เส้นประสาทค่อย ๆ ฟื้นตัว เนื่องจากถูกกดเบียดมานาน 

สำหรับคุณณัฐพงษ์ ผลลัพธ์นี้ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะไม่ต้องทนอยู่กับอาการมึนหัวเรื้อรังที่รบกวนการใช้ชีวิต การทำงาน และการเดินทางไปต่างประเทศอีกต่อไป 

 

คุ้มค่าที่ได้รู้สาเหตุ และรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ 

สำหรับคุณณัฐพงษ์ การรักษาครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะช่วยให้เขารู้สาเหตุที่แท้จริงของอาการมึนหัวและตึงท้ายทอยที่เป็นมานาน จากเดิมที่ต้องทนกับอาการมึนหัวเรื้อรัง จากเดิมที่ตรวจหัวใจและสมองแล้วยังไม่พบคำตอบ จากเดิมที่เกือบต้องผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ วันนี้เขาได้รับการรักษาที่เหมาะสมกับอาการ และเริ่มกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น 

บริการที่เกี่ยวข้อง