“ปวดหลังร้าวลงขาจนไม่มีแรง แม้แต่เหยียบเบรกหรือคันเร่งก็ทำไม่ได้”

“ปวดหลังร้าวลงขาจนไม่มีแรง แม้แต่เหยียบเบรกหรือคันเร่งก็ทำไม่ได้”

ปวดหลังจนขาไม่มีแรง เรื่องจริงของวิศวกรไซต์งาน กับการรักษาหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท ด้วยเทคนิคส่องกล้อง

 

สำหรับหลายคนอาการปวดหลังอาจดูเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ต้องเดินทางบ่อย นั่งนาน ยกของ หรือใช้ร่างกายซ้ำ ๆ ในทุกวัน แต่บางครั้งอาการปวดที่ดูเหมือนไม่รุนแรง อาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกที่กำลังลุกลามโดยไม่รู้ตัว 

เช่นเดียวกับเรื่องราวของ คุณโอบกิจ วิศวกรไซต์งานก่อสร้าง วัย 33 ปี ที่เริ่มต้นจากอาการปวดหลังส่วนล่างเป็น ๆ หาย ๆ จนวันหนึ่งอาการรุนแรงถึงขั้นปวดร้าวลงขา ขาไม่มีแรง และไม่สามารถควบคุมการเหยียบเบรกหรือคันเร่งได้ตามปกติ

 

พฤติกรรมการทำงานที่สะสมความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว 

คุณโอบกิจเล่าว่า ปัจจุบันทำงานเป็นวิศวกรไซต์งานก่อสร้าง ลักษณะงานส่วนใหญ่ต้องเดินตรวจไซต์งาน เดินทางไปหน้างาน และต้องเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดทั้งวัน 

สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นความเคยชินในการทำงาน คือการแบกกระเป๋าโน้ตบุ๊กน้ำหนักประมาณ 2-3 กิโลกรัมติดตัวไว้เกือบตลอดเวลา บางวันต้องแบกนานหลายชั่วโมง และหากเป็นไซต์งานตึกสูงที่ยังไม่มีลิฟต์ ก็จำเป็นต้องแบกกระเป๋าเดินขึ้นบันไดด้วยตัวเอง 

พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องปกติของคนทำงานไซต์งาน แต่เมื่อทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ร่วมกับการนั่งทำงานเอกสาร การขับรถบ่อย และการใช้หลังซ้ำ ๆ ในท่าเดิม ก็อาจเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกได้โดยไม่รู้ตัว

 

สัญญาณเตือนแรก เริ่มจากปวดหลังส่วนล่าง 

อาการของคุณโอบกิจเริ่มจากการปวดหลังส่วนล่าง ซึ่งในช่วงแรกเขาคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป เพราะเมื่อได้ลุกขึ้นยืดตัวหรือบิดตัว อาการก็ดูเหมือนจะดีขึ้น 

อาการลักษณะนี้เป็น ๆ หาย ๆ มานานนับปี เขาจึงเลือกดูแลตัวเองด้วยการเข้าคอร์สกายภาพบำบัด ซึ่งช่วยให้อาการปวดดีขึ้นได้ประมาณ 1-2 เดือน แต่หลังจากนั้นอาการก็กลับมาเป็นซ้ำ วนลูปอยู่แบบเดิม 

สาเหตุที่คุณโอบกิจไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอายุเพียง 33 ปี จึงไม่คิดว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูก และมองว่าอาการน่าจะเกิดจากการแบกของหนัก ขับรถเยอะ หรือใช้ร่างกายจากการทำงานมากเกินไปเท่านั้น 

 

จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่ออาการปวดร้าวลงขาจนควบคุมร่างกายไม่ได้ 

เหตุการณ์ที่ทำให้คุณโอบกิจตัดสินใจเข้ารับการตรวจอย่างจริงจัง เกิดขึ้นในวันที่เขากำลังจะขับรถกลับ หลังจากไปส่งแฟนที่โรงพยาบาลและกำลังจะกลับบ้าน อาการปวดหลังรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน ปวดร้าวลงไปที่ขา จนขาไม่มีแรงกะทันหัน และไม่สามารถเหยียบเบรกหรือเหยียบคันเร่งได้ตามปกติ 

เมื่อเริ่มรู้สึกว่าอาการไม่ปลอดภัย และไม่สามารถควบคุมขาได้เหมือนเดิม คุณโอบกิจจึงปรึกษากับแฟนและตัดสินใจเดินทางมาที่โรงพยาบาลทันที 

เขาเล่าว่า เหตุผลที่เลือกมารักษาที่นี่ เพราะได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่หลายท่านที่เคยมาผ่าตัด และประทับใจในเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย รวมถึงผลลัพธ์หลังการรักษาที่ดี

 

ตรวจ MRI พบหมอนรองกระดูกปลิ้น จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด 

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล คุณหมอธนวัตรได้ตรวจร่างกายเบื้องต้นและส่งตรวจ MRI ทันที เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหลังร้าวลงขาและขาอ่อนแรง ผลตรวจพบว่า คุณโอบกิจเป็น โรคหมอนรองกระดูกปลิ้น โดยหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมามากจนกดทับเส้นประสาท และไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการทำกายภาพบำบัดเพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด 

ในช่วงแรก คุณโอบกิจยอมรับว่ารู้สึกกลัวมาก เพราะไม่เคยผ่าตัดอะไรมาก่อน แม้แต่การผ่าฟันคุดก็ยังรู้สึกเจ็บ จึงกังวลว่าการผ่าตัดหลังจะเจ็บมาก และไม่รู้ว่าหลังผ่าตัดจะใช้ชีวิตได้อย่างไร แต่สิ่งที่ช่วยให้เขารู้สึกมั่นใจมากขึ้น คือการที่คุณหมออธิบายขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด เป็นลำดับ เข้าใจง่าย รวมถึงทีมพยาบาลที่คอยดูแล ให้ข้อมูล และให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ทำให้ความกังวลค่อย ๆ ลดลง

 

ผลลัพธ์หลังผ่าตัด ฟื้นตัวเร็วเกินคาด 

สิ่งที่ทำให้คุณโอบกิจประทับใจมาก คือความรวดเร็วในการฟื้นตัวหลังการรักษา ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของการรักษาแบบแผลเล็ก ฟื้นตัวไว และในบางกรณีสามารถกลับบ้านได้ภายใน วันตามดุลยพินิจของแพทย์ หลังการผ่าตัดในช่วงเย็นของวันเดียวกัน คุณโอบกิจสามารถลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ และนั่งรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง 

อาการปวดร้าวลงขาและอาการชาที่เคยรบกวนชีวิตประจำวันหายไปอย่าง หนึ่งในสิ่งที่เขารู้สึกแตกต่างมาก คือการนั่งรับประทานอาหารในปัจจุบันไม่มีอาการชาบริเวณต้นขาเหมือนเมื่อก่อน ทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สบายขึ้น และมั่นใจในการกลับไปทำงานมากขึ้น 

 

ความประทับใจต่อทีมแพทย์และการดูแลของโรงพยาบาล 

นอกจากผลลัพธ์ด้านการรักษาแล้ว คุณโอบกิจยังประทับใจในความเป็นมืออาชีพของทีมดูแล ตั้งแต่พนักงานต้อนรับ พยาบาล ไปจนถึงคุณหมอ สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกมั่นใจ คือทุกคนให้ข้อมูลที่สอดคล้องกัน เป็นแนวทางเดียวกัน และดูแลอย่างใส่ใจ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าไม่ได้เผชิญกับความกังวลเพียงลำพัง 

สำหรับคนที่มีอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชา หรือขาอ่อนแรง คุณโอบกิจฝากเตือนว่า อาการเจ็บป่วยไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะกับคนอายุมากเท่านั้น คนวัยทำงานก็สามารถเป็นโรคหมอนรองกระดูกหรือโรคกระดูกสันหลังได้เช่นกัน 

หากมีอาการผิดปกติ ไม่ควรปล่อยไว้นาน หรือรักษาแบบคาดเดาเองว่าเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อ เพราะอาจทำให้อาการลุกลามมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว การเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง จะช่วยให้พบต้นเหตุของโรคได้อย่างชัดเจน และได้รับการรักษาที่เหมาะสม 

บริการที่เกี่ยวข้อง