Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
/ความประทับใจ/
“ปวดหลังร้าวลงขาจนไม่มีแรง แม้แต่เหยียบเบรกหรือคันเร่งก็ทำไม่ได้”
“ปวดหลังร้าวลงขาจนไม่มีแรง แม้แต่เหยียบเบรกหรือคันเร่งก็ทำไม่ได้”
ปวดหลังจนขาไม่มีแรง เรื่องจริงของวิศวกรไซต์งาน กับการรักษาหมอนรองกระดูกปลิ้นทับเส้นประสาท ด้วยเทคนิคส่องกล้อง
สำหรับหลายคนอาการปวดหลังอาจดูเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ต้องเดินทางบ่อย นั่งนาน ยกของ หรือใช้ร่างกายซ้ำ ๆ ในทุกวัน แต่บางครั้งอาการปวดที่ดูเหมือนไม่รุนแรง อาจเป็นสัญญาณของโรคหมอนรองกระดูกที่กำลังลุกลามโดยไม่รู้ตัว
เช่นเดียวกับเรื่องราวของ
คุณโอบกิจ
วิศวกรไซต์งานก่อสร้าง วัย
33
ปี ที่เริ่มต้นจากอาการปวดหลังส่วนล่างเป็น ๆ หาย ๆ จนวันหนึ่งอาการรุนแรงถึงขั้นปวดร้าวลงขา ขาไม่มีแรง และไม่สามารถควบคุมการเหยียบเบรกหรือคันเร่งได้ตามปกติ
พฤติกรรมการทำงานที่สะสมความเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว
คุณโอบกิจเล่าว่า ปัจจุบันทำงานเป็นวิศวกรไซต์งานก่อสร้าง ลักษณะงานส่วนใหญ่ต้องเดินตรวจไซต์งาน เดินทางไปหน้างาน และต้องเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดทั้งวัน
สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นความเคยชินในการทำงาน คือการแบกกระเป๋าโน้ตบุ๊กน้ำหนักประมาณ
2-3
กิโลกรัมติดตัวไว้เกือบตลอดเวลา บางวันต้องแบกนานหลายชั่วโมง และหากเป็นไซต์งานตึกสูงที่ยังไม่มีลิฟต์ ก็จำเป็นต้องแบกกระเป๋าเดินขึ้นบันไดด้วยตัวเอง
พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องปกติของคนทำงานไซต์งาน แต่เมื่อทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ร่วมกับการนั่งทำงานเอกสาร การขับรถบ่อย และการใช้หลังซ้ำ ๆ ในท่าเดิม ก็อาจเพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูกได้โดยไม่รู้ตัว
สัญญาณเตือนแรก เริ่มจากปวดหลังส่วนล่าง
อาการของคุณโอบกิจเริ่มจากการปวดหลังส่วนล่าง ซึ่งในช่วงแรกเขาคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไป เพราะเมื่อได้ลุกขึ้นยืดตัวหรือบิดตัว อาการก็ดูเหมือนจะดีขึ้น
อาการลักษณะนี้เป็น ๆ หาย ๆ มานานนับปี เขาจึงเลือกดูแลตัวเองด้วยการเข้าคอร์สกายภาพบำบัด ซึ่งช่วยให้อาการปวดดีขึ้นได้ประมาณ
1-2
เดือน แต่หลังจากนั้นอาการก็กลับมาเป็นซ้ำ วนลูปอยู่แบบเดิม
สาเหตุที่คุณโอบกิจไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะอายุเพียง
33
ปี จึงไม่คิดว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลังหรือหมอนรองกระดูก และมองว่าอาการน่าจะเกิดจากการแบกของหนัก ขับรถเยอะ หรือใช้ร่างกายจากการทำงานมากเกินไปเท่านั้น
จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่ออาการปวดร้าวลงขาจนควบคุมร่างกายไม่ได้
เหตุการณ์ที่ทำให้คุณโอบกิจตัดสินใจเข้ารับการตรวจอย่างจริงจัง เกิดขึ้นในวันที่เขากำลังจะขับรถกลับ หลังจากไปส่งแฟนที่โรงพยาบาลและกำลังจะกลับบ้าน อาการปวดหลังรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจน ปวดร้าวลงไปที่ขา จนขาไม่มีแรงกะทันหัน และไม่สามารถเหยียบเบรกหรือเหยียบคันเร่งได้ตามปกติ
เมื่อเริ่มรู้สึกว่าอาการไม่ปลอดภัย และไม่สามารถควบคุมขาได้เหมือนเดิม คุณโอบกิจจึงปรึกษากับแฟนและตัดสินใจเดินทางมาที่โรงพยาบาลทันที
เขาเล่าว่า เหตุผลที่เลือกมารักษาที่นี่ เพราะได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่หลายท่านที่เคยมาผ่าตัด และประทับใจในเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย รวมถึงผลลัพธ์หลังการรักษาที่ดี
ตรวจ
MRI
พบหมอนรองกระดูกปลิ้น จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล คุณหมอธนวัตรได้ตรวจร่างกายเบื้องต้นและส่งตรวจ
MRI
ทันที เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหลังร้าวลงขาและขาอ่อนแรง
ผลตรวจพบว่า คุณโอบกิจเป็น
โรคหมอนรองกระดูกปลิ้น
โดยหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมามากจนกดทับเส้นประสาท และไม่สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการทำกายภาพบำบัดเพียงอย่างเดียว จึงจำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด
ในช่วงแรก คุณโอบกิจยอมรับว่ารู้สึกกลัวมาก เพราะไม่เคยผ่าตัดอะไรมาก่อน แม้แต่การผ่าฟันคุดก็ยังรู้สึกเจ็บ จึงกังวลว่าการผ่าตัดหลังจะเจ็บมาก และไม่รู้ว่าหลังผ่าตัดจะใช้ชีวิตได้อย่างไร แต่สิ่งที่ช่วยให้เขารู้สึกมั่นใจมากขึ้น คือการที่คุณหมออธิบายขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด เป็นลำดับ เข้าใจง่าย รวมถึงทีมพยาบาลที่คอยดูแล ให้ข้อมูล และให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ทำให้ความกังวลค่อย ๆ ลดลง
ผลลัพธ์หลังผ่าตัด ฟื้นตัวเร็วเกินคาด
สิ่งที่ทำให้คุณโอบกิจประทับใจมาก คือความรวดเร็วในการฟื้นตัวหลังการรักษา ซึ่งเป็นไปตามแนวคิดของการรักษาแบบแผลเล็ก ฟื้นตัวไว และในบางกรณีสามารถกลับบ้านได้ภายใน
1
วันตามดุลยพินิจของแพทย์
หลังการผ่าตัดในช่วงเย็นของวันเดียวกัน คุณโอบกิจสามารถลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ และนั่งรับประทานอาหารได้ด้วยตัวเอง
อาการปวดร้าวลงขาและอาการชาที่เคยรบกวนชีวิตประจำวันหายไปอย่าง
หนึ่งในสิ่งที่เขารู้สึกแตกต่างมาก คือการนั่งรับประทานอาหารในปัจจุบันไม่มีอาการชาบริเวณต้นขาเหมือนเมื่อก่อน ทำให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สบายขึ้น และมั่นใจในการกลับไปทำงานมากขึ้น
ความประทับใจต่อทีมแพทย์และการดูแลของโรงพยาบาล
นอกจากผลลัพธ์ด้านการรักษาแล้ว คุณโอบกิจยังประทับใจในความเป็นมืออาชีพของทีมดูแล ตั้งแต่พนักงานต้อนรับ พยาบาล ไปจนถึงคุณหมอ
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกมั่นใจ คือทุกคนให้ข้อมูลที่สอดคล้องกัน เป็นแนวทางเดียวกัน และดูแลอย่างใส่ใจ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าไม่ได้เผชิญกับความกังวลเพียงลำพัง
สำหรับคนที่มีอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชา หรือขาอ่อนแรง คุณโอบกิจฝากเตือนว่า อาการเจ็บป่วยไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะกับคนอายุมากเท่านั้น คนวัยทำงานก็สามารถเป็นโรคหมอนรองกระดูกหรือโรคกระดูกสันหลังได้เช่นกัน
หากมีอาการผิดปกติ ไม่ควรปล่อยไว้นาน หรือรักษาแบบคาดเดาเองว่าเป็นเพียงอาการปวดกล้ามเนื้อ เพราะอาจทำให้อาการลุกลามมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
การเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง จะช่วยให้พบต้นเหตุของโรคได้อย่างชัดเจน และได้รับการรักษาที่เหมาะสม
บริการที่เกี่ยวข้อง
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หน้า (ACL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หลัง (PCL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดซ่อมเอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ฉีกขาด (Arthroscopic Shoulder Rotator Cuff Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องรักษาภาวะกระดูกทับเอ็นหัวไหล่ (Arthroscopic Treatment of Shoulder Impingement Syndrome)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมแซมหมอนรองกระดูกข้อเข่า (Arthroscopic Meniscus Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าเพื่อการวินิจฉัย (Arthroscopic Knee Diagnostic/Debridement)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าส่องกล้องข้อหัวไหล่เพื่อการวินิจฉัย Arthroscopic Shoulder Diagnostic
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องเยื่อหุ้มข้อหัวไหล่ (Arthroscopic Shoulder Capsule repair)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI แบบยืน (Standing Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI (Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...