คอกระแทกแรง ทำ “หมอนรองกระดูกปลิ้น” ได้หรือไม่?

คอกระแทกแรง ทำ “หมอนรองกระดูกปลิ้น” ได้หรือไม่?

 เรื่องราวของคุณผึ้ง ที่ประสบอุบัติเหตุจนหมอนรองกระดูกปลิ้น

 

อุบัติเหตุกับการกระแทกแรงๆ ก็ทำให้หมอนรองกระดูกปลิ้นได้ นี่คือสิ่งที่แพทย์พยายามเตือนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น บ่อยครั้งหลายคนอาจจะลืมระมัดระวังตัวเอง อย่างเคสคุณผู้หญิงที่เกิดอุบัติเหตุ แม้ว่าจะดูแลตัวเองด้วยการใส่หมวกกันน็อคเป็นอย่างดี

“ล้มลุกหลายรอบค่ะ เรียกว่าล้มทุกท่า …แล้วครั้งหนึ่งที่หงายหลังฟาดพื้น แรงมาก แม้จะใส่หมวกกันน็อค แต่ก็รู้สึกว่าศีรษะสะบัดจนคอสะเทือน น่าจะเริ่มจากตรงนั้น”

จุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด”

คุณผึ้ง เล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต  กับสาวออฟฟิศ ผู้มีวินัยในการดูแลตัวเองมากขึ้น  เพราะเคยเผชิญกับอาการปวดหลังเมื่อ 7 ปีก่อน แม้ครั้งนั้นจะไม่รุนแรงถึงขั้นกระทบชีวิตประจำวัน แต่เธอก็หมั่นดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมเสี่ยงทุกอย่าง จนอาการดีขึ้น

 

แต่แล้วสิ่งที่เธอไม่คาดคิดว่าจะเป็น “จุดเปลี่ยน” กลับเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ควรจะเป็นความสุข ทริปเล่นสกีกับคนที่รักช่วงปลายปี ทั้งที่เธอไม่เคยเล่นมาก่อน จนประสบอุบัติเหตุ ล้มหงายหลังฟาดกับพื้นอย่างแรง

แม้จะใส่หมวกกันน็อค แต่ก็รู้สึกว่าศีรษะสะบัดจนคอสะเทือน จนคิดว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของอาการปวดคอ

 

📚 4 โรคฮิตของคน “ปวดคอ” รู้ก่อนป้องกันได้

📚 หมอนรองกระดูกปลิ้น: เมื่อความเจ็บปวดคุกคามคุณภาพชีวิต

 

เมื่อความปวดกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

หลังกลับจากทริปนั้น คุณผึ้ง เริ่มสังเกตอาการผิดปกติที่บริเวณคอ “มันปวดคอตลอดค่ะ นั่งทำงานก็ปวด นอนก็ไม่สบายตัว จะทำอะไรนิดหน่อยก็ลำบากไปหมด” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแสดงความเหนื่อยล้ากับอาการปวดที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น

ความกลัว…กับอาการปวดที่ร้าวลึกลงแขน

“มันไม่ใช่แค่เมื่อย แต่มันร้าวลงแขนจนอ่อนแรง แล้วก็ชายกแขนไม่ขึ้น…เรากลัวมากค่ะ กลัวว่าร่างกายจะไม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกแล้ว”

แววตาเธอในตอนนั้นสะท้อนความกลัวได้ชัดเจน เหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่ามันไม่ใช่แค่อาการปวดทั่วไป คือ ตอนที่เธอตื่นขึ้นมากลางดึก ทั้งที่ยังหนุนหมอนอยู่ แต่แขนข้างขวากลับชาและไม่มีแรงยก

เมื่อต้องหยุดทุกอย่าง…เพราะความปวด

ธอพยายามหาหมอตรวจร่างกายเพื่อดูความผิดปกติของกระดูก  “พอหมอรู้ว่าเราไปเล่นสกีมา เลยสั่งเอกซเรย์ แต่ไม่พบว่ากระดูก แตกหักร้าวหรือมีความเสื่อม”

คำตอบที่เธอได้ ไม่ทำให้เธอโล่งใจ เพราะอาการปวดที่เป็นอยู่ไม่ได้ดีขึ้น แม้ว่าจะกินยา กายภาพมาแล้วหลายครั้งก็ตาม

“มันไม่ไหวแล้วจริงๆ 8 เต็ม 10 คือ มันปวดมาก เดิน ยืน หรือแค่นั่งก็ยังไม่ไหว ทุกอย่างมันหยุดหมดเลย มันปวดจนรอไม่ไหวแล้วจริง จะให้ทนแบบนี้อีก 2 – 3 เดือนก็คงไม่ไหว” เธอเล่าด้วยน้ำเสียงที่อยากหลุดพ้นช่วงเวลาแห่งความทรมาน

ทางออกของความสุขที่ได้กลับคืนมา

ตอนนั้นก็เริ่มค้นหาแนวทางการรักษา ก็รู้ว่าที่นี่มีเทคโนโลยีในการักษาที่ทำให้ฟื้นตัวได้เร็วที่สุดจึงตัดสินใจได้ทันที

“หมอเขาตรวจและอธิบายละเอียดเลยค่ะ ว่าเราเป็นหมอนรองกระดูกปลิ้น แต่ไม่มากและแนะนำให้รักษาด้วยการจี้เลเซอร์” 

 

📚 MRI แบบยืน ค้นหาสาเหตุของคนปวดหลัง

📚 หลีกเลี่ยงผ่าตัดกระดูกสันหลัง แก้อาการปวดหลังด้วยเลเซอร์

 

กลับมามีชีวิตเหมือนเดิม

ในวันผ่าตัด คุณผึ้งบอกว่า เธอทั้งตื่นเต้นและกลัว แต่สิ่งที่เธอจำได้แม่นคือ

“หลังออกจากห้องผ่าตัด สิ่งแรกที่ลองคือการลุกขึ้นมายืน แล้วถามตัวเองว่า…ปวดไหม? ไม่ปวดค่ะ โล่งมาก เรียกว่าหายปวดเกือบ 100% เลย”

เธอยิ้มกว้างครั้งแรกในบทสนทนา ดวงตาเปล่งประกายสดใส ที่ไม่มีอาการปวดและชาแล้ว เธอลองกำมือแน่นๆ ให้ดูว่าไม่มีอาการชาหลงเหลือ  ทำให้เธอได้ความสุขกลับคืนมาอีกครั้ง

เธอยังกล่าวทิ้งท้ายว่า รู้สึกประทับใจในความเฉพาะทางของแพทย์และโทคโนโลยีที่ทันสมัย หากมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลังและข้อ จะเลือกรักษาที่นี่

ขอบคุณ คุณผึ้ง ที่ไว้วางใจให้โรงพยาบาล S Spine & Joint  ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสุขภาพให้คุณ

 

บริการที่เกี่ยวข้อง