Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
/ความประทับใจ/
“เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดพัก…ปวดเหมือนไฟช็อตจนกลัวว่าจะเดินไม่ได้”
“เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดพัก…ปวดเหมือนไฟช็อตจนกลัวว่าจะเดินไม่ได้”
อาการปวดหลัง ปวดสะโพกร้าวลงขา หรือชาปลายเท้า อาจเริ่มจากความรู้สึกเล็ก ๆ ที่หลายคนคิดว่าเป็นเพียงอาการเมื่อยล้าตามวัย หรือเป็นผลจากการใช้ร่างกายหนักในอดีต แต่เมื่ออาการเริ่มรุนแรงขึ้น เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดพัก ขาไม่มีแรง หรือรู้สึกเหมือนไฟช็อตอยู่ตลอดเวลา นั่นอาจเป็นสัญญาณของการกดทับเส้นประสาทที่ไม่ควรมองข้าม
เช่นเดียวกับเรื่องราวของ
คุณสมจิต เอื้ออารีย์พิชิต อายุ
70
ปี
ที่เข้ารับการรักษาอาการ
หมอนรองกระดูกปลิ้นและหินปูนทับเส้นประสาท
หลังต้องทนกับอาการปวดร้าวลงขา ชาปลายเท้า และเดินลำบาก จนเริ่มกลัวว่าวันหนึ่งอาจเดินไม่ได้เหมือนเดิม
จุดเริ่มต้นจากอาการปวดสะโพกและความเมื่อยที่เริ่มไม่ธรรมดา
คุณสมจิตเล่าว่า ในอดีตเคยทำงานขายของ ซึ่งต้องมีการยกของหนักอยู่เป็นประจำ จึงอาจมีการใช้ร่างกายและหลังสะสมมาเป็นเวลานาน
อาการเริ่มเกิดขึ้นเมื่อประมาณ
3-4
เดือนก่อน โดยเริ่มจากอาการปวดตึงและเมื่อยบริเวณสะโพก ในช่วงแรกอาจยังดูเหมือนอาการปวดเมื่อยทั่วไป แต่หลังจากนั้นอาการค่อย ๆ รุนแรงขึ้น จนเริ่มส่งผลต่อการเดินและการใช้ชีวิตประจำวัน
จากที่เคยเดินได้ตามปกติ กลายเป็นเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดพัก เพราะมีอาการปวดร้าวลงขา ชาที่ปลายเท้า และขาไม่มีแรง
อาการหนักถึงขั้นที่เวลาเดิน ร่างกายเริ่มเอียงไปข้างหนึ่ง เพราะเส้นประสาทถูกเบียดและรบกวนการทำงานของขา
ความเจ็บปวดเหมือนไฟช็อต เข็มจิ้ม และกลัวว่าจะเดินไม่ได้
ความเจ็บปวดของคุณสมจิตไม่ได้เป็นเพียงอาการปวดธรรมดา แต่เป็นความรู้สึกทรมานเหมือนมีไฟช็อต มีอาการจี๊ด ๆ และรู้สึกคล้ายมีเข็มมาจิ้มอยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน แม้แต่การเดินตลาดหรือทำกิจวัตรง่าย ๆ ก็กลายเป็นเรื่องยาก เพราะเดินเพียงนิดเดียวก็ปวดมากจนต้องหยุด
จากคนที่เคยใช้ชีวิตได้ตามปกติ กลับเริ่มไม่มั่นใจในการเดินของตัวเอง และเริ่มกลัวว่า หากปล่อยไว้นานกว่านี้ อาจเดินไม่ได้เหมือนเดิม
รักษามาหลายทาง แต่ยังไม่ดีขึ้น
ก่อนจะมาที่โรงพยาบาลเอส คุณสมจิตพยายามรักษาด้วยหลายวิธีตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งการกินยา การทำกายภาพบำบัด และการฉีดสเตียรอยด์
แต่แม้จะพยายามรักษาหลายทาง อาการก็ยังไม่ดีขึ้นอย่างที่หวัง ความปวดร้าวลงขา อาการชา และความรู้สึกเหมือนไฟช็อตยังคงรบกวนชีวิตอยู่เรื่อย ๆ
เมื่อไปปรึกษาที่โรงพยาบาลอื่น คุณสมจิตได้รับคำแนะนำให้ผ่าตัดเปลี่ยนข้อกระดูกถึง
3
ข้อ และต้องใส่เหล็กเข้าไปเสริม ซึ่งทำให้เธอรู้สึกตกใจและกังวลมาก
นอกจากค่าใช้จ่ายที่สูงมาแล้ว สิ่งที่ทำให้เธอกลัวมากคือภาพจำของการผ่าตัดใหญ่แบบสมัยก่อน ที่ต้องมีแผลยาว และอาจต้องใช้เวลาพักฟื้นนานหลายเดือน เหมือนที่เพื่อนเคยผ่าตัดและต้องพักฟื้นนานถึง
3
เดือน
ตัดสินใจมาที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง เพื่อหาคำตอบที่ชัดเจน
หลังจากกังวลกับแนวทางการรักษาที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ ลูกชายของคุณสมจิตจึงแนะนำให้มาที่
โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ
เพื่อเข้ารับการประเมินอย่างละเอียดกับแพทย์เฉพาะทาง
เมื่อได้พบกับ
นพ.พล อนันตวราศิลป์
คุณสมจิตเล่าว่า
คุณหมอใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงในการอธิบายผล
MRI
และเอกซเรย์อย่างละเอียด ทำให้เธอเข้าใจปัญหาของตัวเองมากขึ้น
คุณหมออธิบายว่า กระดูกของคุณสมจิตรยังแข็งแรงอยู่ สาเหตุที่แท้จริงของอาการไม่ได้จำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อกระดูก
3
ข้อตามที่เคยได้รับคำแนะนำมาก่อน แต่เกิดจาก
หมอนรองกระดูกปลิ้น
1
ข้อ และมีหินปูนเกาะอีก
3
ข้อ
ซึ่งไปกดเบียดเส้นประสาท
ที่สำคัญ คุณหมอยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่หรือเปลี่ยนข้อกระดูก
3
ข้อ เพียงรักษาให้ตรงจุด โดยนำหมอนรองกระดูกที่กดทับออก และขูดหินปูนที่เกาะอยู่ออกให้เรียบร้อย ก็สามารถช่วยลดการกดทับเส้นประสาทได้
คำอธิบายที่ชัดเจนของคุณหมอ ทำให้คุณสมจิตรคลายความกังวล และเริ่มมั่นใจในแนวทางการรักษาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่มากขึ้น
ตัดสินใจรักษาทันที เพราะมั่นใจว่าไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่แบบที่กลัว
หลังจากได้รับคำอธิบายอย่างละเอียด คุณสมจิตรตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดทันที โดยแอดมิทในช่วงเช้า และเข้ารับการผ่าตัดภายในวันเดียวกัน
เธอเล่าว่า การผ่าตัดผ่านไปโดยแทบไม่รู้ตัว เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเที่ยงคืน ก็พบว่าการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว
สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกประทับใจ คือการรักษาไม่ได้เป็นอย่างที่เคยกลัว ไม่ใช่ภาพของการผ่าตัดแผลยาว ต้องพักฟื้นนาน หรือใส่เหล็กหลายข้ออย่างที่กังวล แต่เป็นการรักษาที่มุ่งแก้ปัญหาเฉพาะจุดที่กดทับเส้นประสาท
เช้าวันรุ่งขึ้น ลุกเดินได้โดยไม่มีอาการปวดแบบเดิม
ผลลัพธ์หลังการผ่าตัดเกิดขึ้นเร็วเกินคาด
ในเช้าวันรุ่งขึ้น คุณสมจิตรสามารถลุกเดินได้ทันทีโดยไม่มีอาการปวดแบบเดิม แม้ช่วงแรกจะมีอาการมึนศีรษะจากฤทธิ์ยาบ้าง แต่เมื่อถึงช่วงสาย ก็สามารถเดินได้เองโดยไม่ต้องลากขาเหมือนก่อนการรักษา
จากที่เคยเดินตัวเอียง เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดพัก และรู้สึกเหมือนไฟช็อตอยู่ตลอดเวลา หลังการรักษาอาการเหล่านี้ดีขึ้นอย่างชัดเจน
ความคุ้มค่าของการรักษา คือการได้ชีวิตที่เดินได้กลับคืนมา
สำหรับคุณสมจิตร การรักษาครั้งนี้ถือว่า “คุ้มค่ามาก”
เมื่อเทียบกับการได้กลับมาเดินได้ ใช้ชีวิตได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ เธอมองว่านี่คือความคุ้มค่าที่สำคัญที่สุด
จากคนที่เคยปวดจนเดินแทบไม่ได้
จากคนที่เคยกลัวการผ่าตัดใหญ่และการใส่เหล็ก
จากคนที่เคยคิดว่าอาจไปเที่ยวไม่ได้แล้ว
วันนี้คุณสมจิตกลับมาเดินได้ดีขึ้น และมีความหวังที่จะใช้ชีวิตต่ออย่างมีความสุข
บริการที่เกี่ยวข้อง
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หน้า (ACL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หลัง (PCL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดซ่อมเอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ฉีกขาด (Arthroscopic Shoulder Rotator Cuff Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องรักษาภาวะกระดูกทับเอ็นหัวไหล่ (Arthroscopic Treatment of Shoulder Impingement Syndrome)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมแซมหมอนรองกระดูกข้อเข่า (Arthroscopic Meniscus Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าเพื่อการวินิจฉัย (Arthroscopic Knee Diagnostic/Debridement)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าส่องกล้องข้อหัวไหล่เพื่อการวินิจฉัย Arthroscopic Shoulder Diagnostic
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องเยื่อหุ้มข้อหัวไหล่ (Arthroscopic Shoulder Capsule repair)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI แบบยืน (Standing Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI (Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...