Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
/ความประทับใจ/
“ปวดหลังระดับ 9 เต็ม 10 ฉีดยาก็แล้วแต่ยังไม่ช่วย”
“ปวดหลังระดับ 9 เต็ม 10 ฉีดยาก็แล้วแต่ยังไม่ช่วย”
อาการปวดหลังอาจเริ่มจากความเจ็บเล็ก ๆ ที่หลายคนคิดว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้ออักเสบ หรือปวดจากการใช้งานร่างกายผิดท่า แต่เมื่ออาการกลับมาเป็นซ้ำ รุนแรงขึ้น และเริ่มกระทบต่อการลุก นั่ง เดิน หรือแม้แต่การขยับตัว อาจถึงเวลาที่ต้องตรวจหาสาเหตุอย่างจริงจัง
เช่นเดียวกับเรื่องราวของ
คุณถานันดร์ ไชยณรงค์
พนักงานบริษัทที่ทำงานมานานกว่า
26
ปี และมีอาชีพเสริมเป็นครูสอนว่ายน้ำในวันเสาร์-อาทิตย์
จุดเริ่มต้นจากการเล่นเวทผิดท่า และอาการที่กลับมาเป็นซ้ำ
คุณถานันดร์เล่าว่า จุดเริ่มต้นของอาการปวดหลังต้องย้อนกลับไปหลายปีก่อน จากการเล่นเวทในฟิตเนสแล้วผิดท่า
ในครั้งนั้นแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเพียงกล้ามเนื้ออักเสบ อาการจึงดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หลังจากนั้นอาการปวดหลังก็กลับมาเป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องขับรถนาน ๆ ลงจากรถผิดท่า หรือมีแรงกระแทกมากระตุ้น
เมื่ออาการกำเริบขึ้น จะปวดจนขยับตัวลำบาก และที่ผ่านมาเคยต้องรักษาด้วยการฉีดยาเพื่อบรรเทาอาการ
สำหรับคนที่ต้องทำงานประจำ และยังใช้ร่างกายต่อเนื่องจากการเป็นครูสอนว่ายน้ำในวันหยุด อาการปวดหลังที่เป็นซ้ำจึงเริ่มกลายเป็นสิ่งที่รบกวนการใช้ชีวิตมากขึ้นเรื่อย ๆ
ปวดรุนแรงจนขยับตัวไม่ได้ ฉีดยาก็ยังไม่ช่วย
เมื่อปีที่แล้ว ขณะทำงานอยู่ที่จังหวัดระยอง คุณถานันดร์เคยมีอาการปวดหลังมากจนลุกเข้าห้องน้ำหรือนั่งลำบาก
จนกระทั่งล่าสุด อาการปวดกลับมาอีกครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน และรุนแรงขึ้นในเช้าวันพุธ จนถึงขั้นขยับตัวไม่ได้
เขาให้คะแนนความปวดในครั้งนั้นสูงถึง
9
เต็ม
10
จนต้องให้คนอื่นขับรถพาไปโรงพยาบาลที่ระยอง
แม้แพทย์จะฉีดยาเพื่อบรรเทาอาการ แต่อาการปวดก็ยังไม่ดีขึ้นเลย และได้รับคำแนะนำให้กลับไปทานยาต่อที่บ้าน
แต่สำหรับคุณถานันดร์ ความปวดในเวลานั้นรุนแรงเกินกว่าจะทนต่อไปได้ เพราะไม่ใช่แค่ปวดหลังธรรมดา แต่เป็นอาการที่ทำให้ขยับตัว เดิน หรือนั่งแทบไม่ได้
ตัดสินใจกลับกรุงเทพฯ เพื่อมารักษาที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง
ด้วยความทรมาน คุณถานันดร์จึงตัดสินใจเดินทางจากระยองกลับกรุงเทพฯ ในคืนวันพฤหัสบดี เพื่อหาทางรักษาที่ตรงจุดมากขึ้น
ระหว่างทาง เขาได้ปรึกษาน้องที่ดูแลเรื่องประกัน ซึ่งแนะนำให้มาที่
โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ
เพราะมีคนไข้แนะนำมาเยอะ และมีประสบการณ์ในการดูแลเคสลักษณะนี้จำนวนมาก
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลในวันอาทิตย์ คุณถานันดร์อยู่ในสภาพที่เดินกระเผลก เจ็บจนกระเทือนไม่ได้ และต้องระวังทุกการขยับตัว
เขาได้เข้าพบ
คุณหมอธนวัฒน์
ซึ่งตรวจร่างกายเบื้องต้นและนัดทำ
MRI
ในวันรุ่งขึ้นทันที เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดหลังรุนแรง
MRI
พบหมอนรองกระดูกเสื่อม แต่ยังไม่ทับเส้นประสาท
ผลตรวจ
MRI
พบว่า คุณถานันดร์มีภาวะ
หมอนรองกระดูกเสื่อมระดับ
1
และ
2
ซึ่งโชคดีที่ยังไม่กดทับเส้นประสาท
แม้อาการปวดจะรุนแรงมาก แต่เมื่อยังไม่ถึงขั้นทับเส้นประสาท คุณหมอจึงสามารถพิจารณาทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับระดับอาการได้
เนื่องจากคุณถานันดร์จำเป็นต้องรีบกลับไปทำงาน และยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล เขาจึงปรึกษาคุณหมอถึงวิธีที่ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วที่สุด
คุณหมอแนะนำการรักษาด้วยเลเซอร์
📚
“
เลเซอร์ นวัตกรรมใหม่ในการรักษาโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
การรักษาที่ใช้เวลาไม่นาน สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจมาก คือแผลมีขนาดเล็กกว่าที่คิด เป็นเพียงจุดเล็ก ๆ ข
จากเดิมที่กังวลว่าการรักษาบริเวณกระดูกสันหลังอาจดูน่ากลัวหรือมีแผลใหญ่ กลับพบว่ารอยแผลเล็กมาก และไม่ได้น่ากลัวอย่างที่จินตนาการไว้
สำหรับคนที่ก่อนหน้านี้ปวดจนขยับตัวไม่ได้ การลุกจากเตียงได้เองหลังการรักษาไม่นาน ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้รู้สึกโล่งใจ และเริ่มมั่นใจว่าจะกลับไปใช้ชีวิตได้ดีขึ้น
รักษาแล้วดีขึ้น แต่ต้องปรับพฤติกรรมไม่ให้อาการกลับมา
คุณถานันดร์บอกว่า การดูแลตัวเองหลังจากนี้สำคัญมาก
โดยเฉพาะการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ท่าทางการนั่ง การลุก การขยับตัว และการขับรถทางไกล ซึ่งควรพักทุก ๆ
2
ชั่วโมง เพื่อลดแรงกดสะสมต่อกระดูกสันหลัง
เพราะสาเหตุของอาการปวดหลังไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเท่านั้น แต่อาจมาจากพฤติกรรมสะสม เช่น การเล่นเวทผิดท่า การขับรถนาน การลงจากรถผิดจังหวะ หรือแรงกระแทกที่เกิดซ้ำ ๆ จนกระตุ้นให้อาการกลับมาเป็นอีก
เมื่อปวดหลังรุนแรง อย่ารอให้ขยับตัวไม่ได้
ประสบการณ์ของคุณถานันดร์สะท้อนให้เห็นว่า อาการปวดหลังที่เป็น ๆ หาย ๆ ไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะเมื่ออาการเริ่มรุนแรงขึ้นจนกระทบต่อการลุก นั่ง เดิน ขับรถ หรือการทำงาน
สำหรับคุณถานันดร์ การตัดสินใจมารักษาที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง ไม่ได้เป็นเพียงการหยุดอาการปวดหลังในครั้งนี้ แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับไปใช้ชีวิต ทำงาน ดูแลครอบครัว และปรับพฤติกรรมให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นในระยะยาว
บริการที่เกี่ยวข้อง
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หน้า (ACL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หลัง (PCL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดซ่อมเอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ฉีกขาด (Arthroscopic Shoulder Rotator Cuff Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องรักษาภาวะกระดูกทับเอ็นหัวไหล่ (Arthroscopic Treatment of Shoulder Impingement Syndrome)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมแซมหมอนรองกระดูกข้อเข่า (Arthroscopic Meniscus Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าเพื่อการวินิจฉัย (Arthroscopic Knee Diagnostic/Debridement)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าส่องกล้องข้อหัวไหล่เพื่อการวินิจฉัย Arthroscopic Shoulder Diagnostic
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องเยื่อหุ้มข้อหัวไหล่ (Arthroscopic Shoulder Capsule repair)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI แบบยืน (Standing Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI (Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...