ภาวะหมอนรองกระดูกปลิ้นถือเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดหลังเรื้อรังที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังร้าวลงขา ร่วมกับความรู้สึกชาขา อ่อนแรง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก การสังเกตอาการปวดหลังจากหมอนรองกระดูกตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญ เพื่อให้ได้รับการตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาอย่างถูกจุด
Key Takeaways
สารบัญบทความ
หมอนรองกระดูกปลิ้น (Herniated Disc) คือ ภาวะที่เยื่อหุ้มส่วนนอกของหมอนรองกระดูกสันหลัง (Annulus Fibrosus) เกิดการฉีกขาด ส่งผลให้ส่วนที่เป็นเจลยืดหยุ่นภายใน (Nucleus Pulposus) ปลิ้นทะลักออกมาด้านนอก แล้วไปกดหรือระคายเคืองเส้นประสาท หากปล่อยไว้อาจเสี่ยงร่างกายพิการได้
ภาวะนี้พบได้หลายตำแหน่ง แต่พบมากบริเวณกระดูกสันหลังส่วนเอว โดยเฉพาะหมอนรองกระดูกปลิ้น L4-L5 และ L5-S1 เนื่องจากเป็นบริเวณที่รับน้ำหนักตัวและแรงกดจากการเคลื่อนไหวตลอดเวลา
หมอนรองกระดูกปลิ้น สามารถแบ่งตามระดับความรุนแรงได้ 4 ระยะหลัก ดังนี้
หมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมและเกิดรอยฉีกบริเวณเยื่อหุ้มชั้นนอก ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหลังส่วนล่างเป็น ๆ หาย ๆ หรือปวดเรื้อรัง แต่โดยทั่วไปยังไม่มีอาการปวดร้าวลงขา
เนื้อหมอนรองกระดูกเริ่มยื่นออกจากตำแหน่งเดิม แต่ยังเชื่อมต่อกับหมอนรองกระดูกส่วนหลัก อาจยังไม่กดทับเส้นประสาท หรือเริ่มทำให้ปวดหลัง ปวดสะโพก และปวดร้าวลงขาได้ในบางราย
เยื่อหุ้มหมอนรองกระดูกชั้นนอกเกิดการฉีกขาด ทำให้เนื้อเจลภายในดันออกมามากขึ้นและอาจกดทับเส้นประสาท ผู้ป่วยจึงอาจมีอาการปวดร้าวลงขา ชา เสียว หรือขาอ่อนแรง
เนื้อหมอนรองกระดูกบางส่วนหลุดแยกออกจากหมอนรองกระดูกเดิมและเคลื่อนไปภายในโพรงกระดูกสันหลัง หากกดทับเส้นประสาทอย่างรุนแรง อาจทำให้มีอาการปวด ชา ขาอ่อนแรง หรือมีความผิดปกติในการควบคุมการขับถ่าย ซึ่งควรรีบพบแพทย์ทันที
อาการหมอนรองกระดูกปลิ้นอาจเริ่มจากอาการปวดเมื่อยธรรมดา ก่อนจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นเมื่อหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท หากสังเกตพบอาการต่อไปนี้ ไม่ควรละเลย
หากมีอาการรุนแรงต่อไปนี้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อวางแผนวิธีรักษาหมอนรองกระดูกอย่างเหมาะสม
ภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมและการปลิ้นกดทับเส้นประสาท เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่

หากเพิ่งเริ่มมีอาการปวดหลังและสงสัยว่าเป็นโรคหมอนรองกระดูก คุณสามารถดูแลและบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ดังนี้
ข้อควรระวังคือ หากทดลองวิธีดูแลหมอนรองกระดูกเบื้องต้นแล้วอาการปวดไม่ดีขึ้น อาการปวดทวีความรุนแรง หรือเริ่มมีอาการชา อ่อนแรง ควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางทันที

ขั้นตอนการวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางจะเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ระบบประสาท และการตอบสนองของกล้ามเนื้อ ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายทางการแพทย์เพื่อระบุตำแหน่งโรคให้ชัดเจน ดังนี้
📚 ถ้าเกิดปวดหลัง…ต้องทำ X-ray หรือ MRI
📚 หมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี ค้นหาอาการที่ต้นเหตุ ด้วยเครื่อง MRI
การรักษาหมอนรองกระดูกปลิ้นมีหลากหลายรูปแบบ แพทย์จะพิจารณาตามระดับความรุนแรงของโรคและสภาวะของผู้ป่วยแต่ละราย
ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการในระยะเริ่มต้น โดยใช้ยาลดการอักเสบ ยาแก้ปวดเส้นประสาท ร่วมกับการปรับพฤติกรรมในการดำรงชีวิตประจำวัน
การทำกายภาพบำบัดหมอนรองกระดูก ร่วมกับการบริหารร่างกายด้วยท่าบริหารหมอนรองกระดูก และการออกกำลังกายหมอนรองกระดูก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว ช่วยลดแรงกดทับข้อต่อกระดูกสันหลัง
ในผู้ป่วยที่มีอาการปวดร้าว ชา หรือปวดจากการระคายเคืองของเส้นประสาท แพทย์อาจพิจารณาฉีดยาเข้าไปบริเวณช่องเหนือเยื่อหุ้มไขสันหลังหรือรอบรากประสาท เพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด การฉีดยาจึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ป่วยบางรายที่รักษาด้วยยาและกายภาพบำบัดแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แต่เป็นเพียงการควบคุมอาการ ไม่ได้ทำให้หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม
เหมาะสำหรับกรณีที่หมอนรองกระดูกโป่งพองออกมารบกวนเส้นประสาทเพียงเล็กน้อย โดยใช้พลังงานเลเซอร์เข้าไปสลายเนื้อเยื่อหมอนรองกระดูกบางส่วน เพื่อลดความดันภายในหมอนรองกระดูก
เทคโนโลยีที่ทันสมัยแบบช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดจุดที่เส้นประสาทถูกกดได้อย่างชัดเจน รักษาตรงจุด เกิดแผลผ่าตัดที่มีขนาดเล็ก 0.5 ซม. ลดการบอบช้ำของกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลัง ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวเร็ว และกลับบ้านได้ภายใน 1 คืน
การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังด้วยกล้องขนาดเล็ก แพทย์จะนำหมอนรองกระดูกที่เสื่อมออก โดยแพทย์จะนำเนื้อหมอนรองกระดูกส่วนที่มีปัญหาออก ใส่อุปกรณ์ค้ำยันระหว่างข้อกระดูกร่วมกับวัสดุปลูกกระดูก และยึดตรึงกระดูกด้วยอุปกรณ์โลหะ เพื่อช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้ไวขึ้น
อาการปวดหลังร้าวลงขาหรืออาการชาจากหมอนรองกระดูกปลิ้น เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม การเข้ารับการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยป้องกันไม่ให้ระบบประสาทเสียหายถาวร และช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข
โรงพยาบาลเอส สไปน์ แอนด์ จอยท์ ให้บริการตรวจวินิจฉัยและวางแผนรักษาโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง พร้อมเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัย มุ่งเน้นเทคนิคการผ่าตัดผ่านกล้องแบบ MIS เพื่อลดการเจ็บตัว เพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้ป่วย
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาโรคปวดหลัง สามารถปรึกษาแพทย์ได้ที่
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการดีขึ้นได้จากการพัก การใช้ยา การกายภาพบำบัด ร่วมกับการปรับพฤติกรรม
แพทย์อาจพิจารณาให้ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวดตามความเหมาะสม
ไม่แนะนำให้นวด กด หรือดัดหลังบริเวณที่ปวด เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวไปกดทับเส้นประสาทรุนแรงขึ้น