ภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังข้อใดข้อหนึ่งเคลื่อนออกจากแนวปกติไปทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ส่งผลให้แนวโครงสร้างของกระดูกสันหลังเสียความเสถียรภาพ และอาจเกิดการกดทับเส้นประสาท (Nerve Compression) หรือเนื้อเยื่อโดยรอบได้ ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับกระดูกสันหลังทุกระดับ แต่ที่พบได้บ่อย คือ กระดูกสันหลังระดับ L4-L5 เคลื่อน ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ต้องรับน้ำหนักตัวและรองรับการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างมาก
เมื่อมีอาการปวดหลังเรื้อรัง การทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนว่า เกิดจากสาเหตุใด และมีแนวทางรักษาอย่างไร จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถรับการตรวจวินิจฉัยได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่ภาวะกระดูกเคลื่อนนี้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันในระยะยาว
Key Takeaways
- สาเหตุของภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน (ภาษาอังกฤษ คือ Spondylolisthesis) เกิดจากข้อต่อกระดูกเสื่อมสภาพ การบาดเจ็บ หรือพันธุกรรม มักพบมากที่บริเวณกระดูกสันหลัง L4-L5
- กระดูกสันหลังเคลื่อนมักพบอาการตั้งแต่ปวดหลังส่วนล่าง ร้าวลงก้นหรือขา ร่วมกับอาการชาหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงขณะเดิน
- ภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนสามารถตรวจวินิจฉัยด้วยการทำ MRI ช่วยให้แพทย์เห็นตำแหน่งที่เคลื่อนและการกดทับเส้นประสาทได้อย่างชัดเจน
- แนวทางการรักษากระดูกสันหลังเคลื่อน มีทั้งการทำกายภาพบำบัด การรับประทานยา และการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลังตามระดับความรุนแรง
สารบัญบทความ
อาการแบบไหนเสี่ยงเป็นกระดูกสันหลังเคลื่อน?

ผู้ที่มีภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อน อาการเริ่มต้นมักแสดงออกผ่านความผิดปกติบริเวณหลังส่วนล่างและขา หากสังเกตพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ อาจเป็นข้อบ่งชี้ว่า โครงสร้างกระดูกสันหลังเริ่มมีความเสี่ยง
- มีอาการปวดหลังส่วนล่าง โดยเฉพาะเวลาที่ต้องยืนนาน เดินระยะไกล หรือก้มยกของหนัก
- ปวดร้าวจากบริเวณหลังลงไปที่สะโพก ก้น หรือต้นขาด้านหลัง
- รู้สึกชา เสียวแปลบคล้ายกระแสไฟฟ้าช็อต หรือกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด
- มีอาการปวดลดลงเมื่อได้นั่งพักหรือก้มตัวไปทางด้านหน้า ซึ่งเป็นภาวะของกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท
- ในผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง อาจพบปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมระบบขับถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะ
📚 อ่านเพิ่มเติมหมอนรองกระดูกปลิ้น คืออะไร และมีสัญญาณเตือนอย่างไร
โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน เกิดจากสาเหตุอะไร?
โครงสร้างของกระดูกสันหลังอาศัยความแข็งแรงของข้อต่อ ข้อต่อหมอนรองกระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อรอบข้าง เมื่อปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป จึงส่งผลให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนได้ โดยมีสาเหตุหลักดังนี้
- ความเสื่อมตามวัย การเสื่อมสภาพของข้อต่อและหมอนรองกระดูกสันหลังตามอายุ โดยเฉพาะถ้าบริเวณกระดูกสันหลัง L4-L5 เสื่อม จะทำให้ข้อต่อหลวมและเคลื่อนออกจากตำแหน่ง
- ความผิดปกติแต่กำเนิดหรือพันธุกรรม โครงสร้างข้อต่อกระดูกสันหลังเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่เกิด ทำให้มีความเสี่ยงที่กระดูกจะเคลื่อนได้ง่ายกว่าปกติ
- รอยแยกบริเวณข้อต่อกระดูก เกิดจากรอยแตกหรือรอยแยกเล็ก ๆ บริเวณส่วนเชื่อมต่อของข้อกระดูกสันหลัง มักพบในผู้ที่เล่นกีฬาที่มีการยืดก้มหลังอย่างหนัก
- การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ การได้รับแรงกระแทกรุนแรงบริเวณหลัง เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์ หรือการตกจากที่สูง ทำให้ข้อกระดูกสันหลังหักหรือเคลื่อนตำแหน่ง
- โรคกระดูกหรือการผ่าตัดเดิม ภาวะกระดูกพรุน มะเร็งกระดูก หรือผลข้างเคียงจากการผ่าตัดกระดูกสันหลังในอดีตที่ส่งผลให้โครงสร้างกระดูกไม่มั่นคง
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์?
หากคุณมีอาการปวดหลังที่ไม่บรรเทาลงหลังจากพักผ่อน การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพบอาการดังต่อไปนี้
- มีอาการปวดหลังส่วนล่าง สะโพก หรือก้นทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ติดต่อกันเกิน 3-4 สัปดาห์
- อาการปวดรบกวนการนอนหลับเมื่อเดินหรือยืนนาน ๆ หรือมีอาการปวดทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนท่าทางบนเตียงนอน
- เริ่มมีอาการชาบริเวณรอบขา เท้า แปลบร้าวลงขา ร่วมกับกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงจนเดินก้าวขาลำบาก
อย่างไรก็ตาม หากเริ่มสงสัยว่าอาการกระดูกเคลื่อนอันตรายไหม หรือเริ่มกระทบต่อการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์โดยเร็วเพื่อตรวจวินิจฉัยโดยตรง
การวินิจฉัยกระดูกสันหลังเคลื่อน แพทย์ตรวจอย่างไร?
การวินิจฉัยกระดูกสันหลังเคลื่อนเริ่มต้นจากการซักประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจร่างกายทางระบบประสาท จากนั้นแพทย์จะส่งตรวจด้วยภาพถ่ายทางรังสีเพื่อยืนยันตำแหน่งและความรุนแรงของโรค
- การถ่ายภาพเอกซเรย์ (X-ray) ตรวจในท่าก้มและแอ่นตัว (Flexion-Extension X-ray) เพื่อดูระดับการเคลื่อนและความเสถียรภาพของข้อกระดูกสันหลัง
- การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เรียกอีกอย่างว่าการตรวจ MRI กระดูกสันหลัง เพื่อประเมินเนื้อเยื่ออ่อน หมอนรองกระดูก และดูตำแหน่งการกดทับเส้นประสาทอย่างแม่นยำ
การตรวจภาพถ่ายทางรังสี แพทย์จะแบ่งระดับความรุนแรงของกระดูกสันหลังเคลื่อน (Meyerding Grading System) ตามเปอร์เซ็นต์การเคลื่อนของข้อกระดูก ซึ่งจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม
วิธีรักษากระดูกสันหลังเคลื่อนมีอะไรบ้าง?
การประเมินว่ากระดูกสันหลังเคลื่อนรักษาอย่างไรได้บ้างนั้น แพทย์จะประเมินจากระดับความรุนแรงของอาการและการกดทับเส้นประสาทของผู้ป่วยแต่ละราย โดยวิธีรักษากระดูกสันหลังเคลื่อนแบ่งเป็น 2 วิธีได้แก่
1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment)
เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการในระยะเริ่มต้น หรือกระดูกสันหลังเคลื่อนในระดับที่ไม่รุนแรง
- หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การก้ม ๆ เงย ๆ และการนั่งหรือยืนในท่าเดิมเป็นเวลานาน
- ใช้ยาบรรเทาอาการอักเสบ ยาแก้ปวด หรือยาบำรุงเส้นประสาทตามคำแนะนำของแพทย์
- ทำกายภาพกระดูกสันหลังเคลื่อน เพื่อลดการอักเสบและทำท่าบริหารกระดูกสันหลังเสื่อมเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น
- สวมใส่อุปกรณ์พยุงหลัง (Lumbar Support) ในช่วงที่มีอาการปวดเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กระดูกสันหลัง
- ฉีดยาลดอักเสบหรือสเตียรอยด์เข้าช่องโพรงกระดูกสันหลังเพื่อลดอาการปวดและอักเสบของเส้นประสาท
2. การรักษาด้วยการผ่าตัด (Surgical Treatment)
ใช้เมื่อการรักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล หรือผู้ป่วยมีภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทรุนแรงจนกล้ามเนื้ออ่อนแรง การผ่าตัดกระดูกสันหลังเคลื่อนมีเป้าหมายเพื่อขยายช่องทางเส้นประสาทและยึดตรึงข้อกระดูกให้มั่นคง
- การผ่าตัดขยายช่องทางเส้นประสาทและเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (TLIF) เป็นเทคนิค Transforaminal Lumbar Interbody Fusion ช่วยนำเนื้อเยื่อที่กดทับเส้นประสาทออก และใส่หมอนรองกระดูกเทียมพร้อมยึดสกรูเพื่อสร้างความเสถียรให้กระดูกสันหลัง
- การฉีดสารซีเมนต์เสริมกระดูก ในกรณีที่เกิดจากกระดูกทรุดตัวเนื่องจากภาวะกระดูกพรุน โดยสามารถประเมินความเหมาะสมในการรักษาและเช็กว่าค่าใช้จ่ายการฉีดซีเมนต์กระดูกสันหลังราคาเท่าไหร่ได้ตามเงื่อนไขของแต่ละสถานพยาบาล
📚อ่านเพิ่มเติมกระดูกสันหลังเคลื่อนรักษาได้ ด้วยเทคนิคยึดน็อตนำวิถีแบบ TLIF
การดูแลและป้องกันตัวเองหลังรักษากระดูกสันหลังเคลื่อน ทำอย่างไรบ้าง?
การดูแลตนเองอย่างถูกวิธีมีส่วนสำคัญอย่างมากในการฟื้นตัวและการป้องกันไม่ให้ภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนกลับมาเป็นซ้ำ
วิธีดูแลตัวเองหลังการรักษากระดูกสันหลังเคลื่อนด้วยการผ่าตัด
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด สวมใส่อุปกรณ์พยุงหลังตามระยะเวลาที่กำหนด
- เคร่งครัดกับการเคลื่อนไหวหลังรักษากระดูกสันหลังเคลื่อน กายภาพบําบัดนั้นสำคัญมาก ควรทำตามโปรแกรมที่แพทย์และนักกายภาพบำบัดวางแผนไว้อย่างต่อเนื่อง
- หลีกเลี่ยงการเอี้ยวตัว บิดลำตัวรวดเร็ว หรือก้มยกของหนักในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังผ่าตัด
วิธีป้องกันความเสี่ยงไม่ให้มีอาการกระดูกสันหลังเคลื่อน
- ทำท่าบริหารร่างกายกระดูกสันหลังเคลื่อน เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (Core Muscles) ให้แข็งแรง
- ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อลดภาระการรับน้ำหนักของกระดูกสันหลังส่วนล่าง
- หากมีปัญหากระดูกสันหลังเคลื่อน การออกกําลังกายควรเน้นกิจกรรมที่มีแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดิน หรือการว่ายน้ำ
ปรึกษาปัญหากระดูกสันหลังเคลื่อนที่โรงพยาบาลเอส
หากกำลังสงสัยว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อนรักษาหายไหม หรือมีอาการปวดหลังเรื้อรังที่สงสัยว่าเป็น กระดูกสันหลังเคลื่อน โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ พร้อมให้คำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างถูกจุด โดยทีมแพทย์ทางด้านกระดูกสันหลังและข้อ เพื่อวางแผนว่ากระดูกสันหลังเคลื่อน วิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายควรใช้วิธีใด เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
ข้อมูล :
https://www.nhs.uk/conditions/slipped-disc/
นพ.ชุมพล คคนานต์
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
กระดูกสันหลังเคลื่อนอันตรายไหม?
ภาวะกระดูกเคลื่อนอันตรายไหมนั้นขึ้นอยู่กับระดับการเคลื่อนและการกดทับเส้นประสาท หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือการสูญเสียการควบคุมระบบขับถ่ายได้อย่างถาวร
กระดูกสันหลังเคลื่อน ควรนอนท่าไหน?
ท่านอนที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่กระดูกสันหลังเคลื่อน คือ ท่านอนตะแคงโดยงอเข่าเล็กน้อยและมีหมอนข้างคั่นระหว่างขา หรือท่านอนหงายโดยใช้หมอนรองใต้ข้อพับเข่า เพื่อลดความโค้งของหลังส่วนล่างและลดแรงกดทับบริเวณข้อกระดูกสันหลัง
กระดูกสันหลังเคลื่อนกับหมอนรองกระดูกทับเส้น ต่างกันอย่างไร?
กระดูกสันหลังเคลื่อนเกิดจากข้อต่อกระดูกชิ้นบนเคลื่อนไถลออกจากกระดูกชิ้นล่าง ขณะที่หมอนรองกระดูกทับเส้นเกิดจากเจลภายในหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาทับเส้นประสาท อย่างไรก็ตาม ทั้งสองภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นร่วมกันได้
กระดูกสันหลังเคลื่อน ใช้เวลารักษานานแค่ไหน?
กระดูกเคลื่อนกี่วันหายนั้นขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและวิธีรักษา การรักษาแบบไม่ผ่าตัดอาจใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ในการบรรเทาอาการ สำหรับคนที่สงสัยว่าการผ่าตัดกระดูกสันหลังเคลื่อนอันตรายไหมและใช้เวลากี่วันนั้น ผู้ป่วยมักใช้เวลาฟื้นตัวเบื้องต้นประมาณ 1-3 เดือนตามการตอบสนองของร่างกาย