top of page

กระดูกและข้อเสื่อมได้ ไม่ต้องรอวัยชรา

คลังความรู้

อาการปวดหลังจาก “ความเสื่อม” ไม่ใช่อาการของผู้สูงอายุอย่างที่เราเข้าใจอีกต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มวัยหนุ่มสาวและวัยทำงานยุคนี้ ที่มีไลฟ์สไตล์นั่งทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือเป็นเวลานาน แทบไม่ขยับร่างกาย หรือเล่นกีฬาทำกิจกรรมที่ออกแรงเกินกำลัง

พฤติกรรมซ้ำๆ แบบนี้ แม้จะดูไม่หนักหนาในแต่ละวัน แต่เมื่อสะสมไปนานๆ ก็ทำให้เกิด “ความเสื่อม” ได้ และเมื่ออาการเริ่มแสดงออก เช่น ปวดหลัง ปวดคอเรื้อรัง นั่นอาจเป็นสัญญาณแรกของปัญหากระดูกและข้อไม่ควรมองข้าม  

 

 

nongyao.jpg

วัฒนาการของมนุษย์: จุดเริ่มต้นของภาระที่เพิ่มขึ้นในกระดูกและข้อ  

 

หากย้อนดูวิวัฒนาการของมนุษย์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัญหากระดูกสันหลังและข้อเสื่อม พบมากขึ้น คือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างร่างกาย  

 

“มนุษย์ในอดีตมีการเคลื่อนไหวแบบสัตว์สี่เท้า ซึ่งช่วยกระจายแรงกดของกระดูกสันหลังในแนวนอนได้ดี แต่เมื่อวิวัฒนาการทำให้เรายืนตัวตรงและเดินสองขา แรงกดจึงเปลี่ยนมาอยู่ในแนวดิ่ง กระดูกสันหลังและข้อต่อต่างๆ ต้องรับน้ำหนักมากขึ้นโดยตรง”  

 

ข้อเข่าก็เป็นอีกอวัยวะที่ได้รับผลกระทบ จากเดิมที่ร่างกายใช้ขาทั้งหมดในการรองรับน้ำหนักตัว แต่เมื่อเหลือเพียงสองขา แรงกดที่ข้อเข่าจึงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ส่งผลให้เกิดข้อเข่าเสื่อมเร็วขึ้น  

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากวิวัฒนาการเพียงอย่างเดียว พฤติกรรมของมนุษย์ยุคใหม่ เป็นอีกหนึ่งตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ภาวะกระดูกสันหลังและข้อเสื่อมเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม  

 

พฤติกรรมที่เร่งให้เกิดภาวะกระดูกและข้อเสื่อมโดยไม่รู้ตัว 

 

นั่งทำงานนานโดยไม่ขยับตัว  

 

พฤติกรรมที่หลายคนมองข้ามคือ การนั่งทำงานเป็นเวลานานโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ โดยเฉพาะการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงติดต่อกัน ซึ่งส่งผลให้กล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังอ่อนแรงลง หมอนรองกระดูกต้องรับแรงกดเพิ่มขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมเร็วกว่าปกติ 

 

นอกจากนี้ ท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง เช่น การโน้มตัวไปข้างหน้า นั่งหลังค่อม หรือไหล่ห่อ ก็เป็นปัจจัยที่เพิ่มภาระให้กระดูกสันหลังโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ในระหว่างวัน ควรลุกขึ้นขยับตัวทุก 30-60 นาที และจัดท่านั่งให้เหมาะสม โดยใช้เก้าอี้ที่รองรับหลัง พร้อมปรับระดับหน้าจอให้อยู่ในระดับสายตา  

 

ยกของหนักผิดวิธี  

 

อีกหนึ่งพฤติกรรมที่มักทำให้เกิดปัญหากระดูกสันหลังเสื่อมคือ การยกของหนักผิดวิธี หลายคนมักก้มยกของโดยใช้แรงจากหลัง แทนที่จะใช้กำลังจากขา ทำให้หมอนรองกระดูกต้องรับแรงกดอย่างรุนแรง และอาจนำไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อนหรือกดทับเส้นประสาท ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการปวดร้าวไปตามแขนหรือขาได้  

 

ดังนั้น เมื่อต้องยกของหนัก ควร ย่อตัวลง งอเข่า และใช้แรงจากต้นขาแทนหลัง วิธีนี้ช่วยลดแรงกดที่กระดูกสันหลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดโอกาสเกิดอาการบาดเจ็บในระยะยาว  

 

กิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงกระแทกสะสม  

 

หลายกิจกรรมที่ดูเหมือนไม่มีอันตราย อาจทำให้กระดูกสันหลังได้รับแรงกระแทกสะสมโดยไม่รู้ตัว เช่น การนั่งบนพื้นแข็งเป็นเวลานาน การเดินหรือวิ่งบนพื้นแข็งโดยไม่มีรองเท้าช่วยรองรับแรงกระแทก หรือแม้แต่การนั่งรถที่โช๊คอัพไม่ดี สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ข้อต่อต้องรับแรงกระแทกสะสม และเร่งให้เกิดภาวะกระดูกเสื่อมได้เร็วกว่าปกติ 



 

 

พฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟน  

 

การใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานานก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อสุขภาพกระดูกและข้อ โดยเฉพาะภาวะ “Text Neck Syndrome” หรือ อาการกระดูกคอเสื่อมจากการก้มมองหน้าจอเป็นเวลานาน  

 

ทุกครั้งที่เราก้มศีรษะมองจอมือถือ กระดูกคอจะต้องรับน้ำหนักศีรษะมากกว่าปกติหลายเท่า และหากทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณต้นคออ่อนล้า และเร่งให้เกิดภาวะกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น  

 

ดังนั้น การลดการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน รวมถึง การถือโทรศัพท์ให้อยู่ในระดับสายตา เป็นอีกแนวทางสำคัญในการถนอมสุขภาพกระดูกคอในระยะยาว  

 

bottom of page