top of page

"Robotic Knee Replacement" vs การผ่าตัดแบบเดิม: ความต่างที่คุณต้องรู้

คลังความรู้

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า (Knee Replacement) เป็นวิธีรักษาสำคัญสำหรับผู้ที่ข้อเข่าเสื่อมรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ในอดีต การผ่าตัดทำด้วยวิธีมาตรฐาน (Conventional Surgery) ซึ่งได้ผลดี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีนวัตกรรมใหม่อย่าง Robotic-Assisted Surgery เข้ามาช่วยเพิ่มความแม่นยำและอำนวยความสะดวกในการผ่าตัด
คำถามคือ… การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์แตกต่างจากการผ่าตัดแบบเดิมอย่างไร? และเหมาะกับใคร?

การผ่าตัดแบบเดิม (Conventional Total Knee Replacement)

• ศัลยแพทย์ใช้ทักษะและประสบการณ์ในการจัดแนวและใส่ข้อเข่าเทียม

• ได้ผลดีและใช้กันมาอย่างยาวนาน

• ความแม่นยำขึ้นอยู่กับ “สายตาและทักษะของแพทย์”

• ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดต่อเนื่องหรือข้อไม่มั่นคงหลังผ่าตัด

 

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (Robotic-Assisted Surgery)

 

• ใช้ระบบหุ่นยนต์ช่วยวางแผนด้วยภาพ 3D

• หุ่นยนต์ช่วยแพทย์ตัดกระดูกอย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร

• ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบ ๆ

• ฟื้นตัวได้เร็วกว่า

 

ผลลัพธ์จากงานวิจัย

งาน systematic review ที่ตีพิมพ์ใน Journal of Orthopaedic Surgery and Research (2022) พบว่า:

• การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์แม่นยำกว่าแบบเดิม

• ผู้ป่วยมีอัตราภาวะแทรกซ้อนน้อยลง

• ระดับความพึงพอใจสูงขึ้น และฟื้นตัวเร็วกว่า

👉 กล่าวได้ว่า Robotic-Assisted Surgery เป็นแนวทางที่ปลอดภัยและได้ผลจริง

 

📖 Reference:

• Marchand RC, Sodhi N, et al. Robotic-assisted versus conventional total knee arthroplasty: a systematic review and meta-analysis. J Orthop Surg Res. 2022.

nongyao.jpg

เปรียบเทียบการผ่าตัดแบบดั้งเดิม VS การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ (Robotic-Assisted Surgery)

 

1. ความแม่นยำในการผ่าตัด

การผ่าตัดแบบดั้งเดิม: ความแม่นยำขึ้นอยู่กับประสบการณ์และทักษะของศัลยแพทย์ ซึ่งอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์: ใช้เทคโนโลยีช่วยในการวางแผนและควบคุมการผ่าตัด ทำให้มีความแม่นยำสูง ลดโอกาสเกิดความผิดพลาด

2. การบาดเจ็บของเนื้อเยื่อรอบข้าง

การผ่าตัดแบบดั้งเดิม: มีโอกาสเกิดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อรอบ ๆ ข้อหรือกระดูกมากกว่า

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์: ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อได้ดี เพราะมีระบบนำทางที่แม่นยำ และจำกัดบริเวณผ่าตัดได้เฉพาะจุด

3. ระยะเวลาการฟื้นตัว

การผ่าตัดแบบดั้งเดิม: ผู้ป่วยมักใช้เวลาฟื้นตัวนานเนื่องจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อ

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์: การบาดเจ็บน้อยลง จึงช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้รวดเร็วกว่า

4. ความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน

การผ่าตัดแบบดั้งเดิม: แม้มีมาตรฐานความปลอดภัย แต่ยังมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในบางกรณี

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์: งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่าเทคโนโลยีช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน

5. ความเหมาะสมในการใช้งาน

การผ่าตัดแบบดั้งเดิม: สามารถใช้ได้กับผู้ป่วยทุกกลุ่มโดยทั่วไป

การผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์: เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการความแม่นยำสูง หรือมีโครงสร้างกระดูกที่ซับซ้อน ซึ่งต้องการความละเอียดในการผ่าตัดมากเป็นพิเศษ




ใครเหมาะกับ Robotic-Assisted Surgery?

 

• ผู้ที่ข้อเข่าเสื่อมรุนแรงและแพทย์แนะนำให้ผ่าตัด

• ผู้ที่ต้องการลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน

• ผู้ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วและกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ไว

 

ทั้งการผ่าตัดแบบเดิมและแบบหุ่นยนต์ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด ความต่างคือหุ่นยนต์ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลดการบาดเจ็บ และฟื้นตัวไวขึ้น โดยมีงานวิจัยระดับนานาชาติยืนยันแล้วว่าเป็นวิธีที่ ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพจริง

 

👉 หากคุณสนใจการรักษาด้วย Robotic-Assisted Surgery ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินความเหมาะสมสำหรับคุณโดยเฉพาะ

bottom of page