top of page

รักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท โรคยอดฮิตของคนปวดหลัง

คลังความรู้

หากคุณมีอาการปวดหลัง ตึงหลัง ขาชา เดินลำบาก อาการที่นึกถึงอาจเป็น "กระดูกทับเส้น" แต่ในความเป็นจริง สาเหตุที่แท้จริงคือ "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท" (Herniated Nucleus Pulposus) ซึ่งต่างจากโรคกระดูกทับเส้นประสาท

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดขึ้นได้อย่างไร? 

 

หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น หมอนรองกระดูกเสื่อมจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน อายุที่เพิ่มขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิต และอุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนต่อกระดูกสันหลัง ทำให้นํ้าในหมอนกระดูกสันหลังแตกและเคลื่อนออกมากดเบียดเส้นประสาท ส่งผลให้มีอาการปวดชาหรือแขน-ขาอ่อนแรง 


 

 

 

ส่วนประกอบของหมอนรองกระดูกสันหลัง 

 

1.Nucleus pulposus: สารนํ้าลักษณะคล้ายเจลลี่ในแกนกลางของหมอนรองกระดูก มีหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกและกระจายแรงของนํ้าหนักตัวที่ส่งผ่านมายังกระดูกสันหลังแต่ละข้อ 

 

2.Annulus fibrosus: เส้นเอ็นก่อตัวเป็นชั้นๆ ห่อหุ้ม Nucleus pulposus มีหน้าที่ให้ข้อต่อระหว่างกระดูกสันหลังมีความมั่นคงแข็งแรง ป้องกันไม่ให้สารนํ้าใน Nucleus pulposus ปลิ้นออกมาภายนอก 

 

 


 

  

กลไกการเกิดหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท 

 

เกิดจากการเสื่อมของ Annulus fibrosus จากการทำงานที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลังโดยตรง เช่น การก้มหลังยกของหนัก, การขับรถนาน, การทำกิจกรรมที่ต้องก้มๆ เงยๆ หลังเป็นประจำ, อุบัติเหตุที่กระทบกระเทือนต่อกระดูกสันหลัง การก้มหลังพร้อมบิดตัว ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เพิ่มแรงเครียดต่อ Annulus fibrosus อย่างมากจนทำให้เกิดการฉีกขาด สารนํ้าใน Nucleus pulposus จึงดัน Annulus fibrosus ออกมาทางด้านหลัง ทำให้สารนํ้าออกมากดทับเส้นประสาทที่อยู่ด้านหลังหมอนรองกระดูก จนเกิดอาการปวดหลัง ชาขา หรืออาการผิดปกติต่างๆ 

 


nongyao.jpg

 ระดับความรุนแรงของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท 

 

1.Bulging disc: หมอนรองกระดูกเคลื่อนมาทางด้านหลังไม่เกิน 3 มิลลิเมตร และ Annulus fibrosus ยังปกติ 

 

2.Protrusion: หมอนรองกระดูกเคลื่อนมาทางด้านหลังมากกว่า 4 มิลลิเมตร และสารนํ้าอยู่ชิดกับขอบนอกของ Annulus fibrosus แต่ยังไม่ทะลุออกมา ผู้ป่วยเริ่มมีอาการปวดหลัง ขาชาเป็นๆ หายๆ 

 

3.Extrusion: หมอนรองกระดูกเคลื่อนมาทางด้านหลังมากกว่า 8 มิลลิเมตร และมีสารนํ้าภายในหมอนรองทะลุออกมาจาก Annulus fibrosus แต่ยังคงมีการเชื่อมติดกันอยู่ ผู้ป่วยจะมีอาการปวดคงที่ ขาชาตลอดเวลา 

 

4.Sequestration: หมอนรองกระดูกเคลื่อนออกมาจาก Annulus fibrosus เต็มที่ และไม่มีการเชื่อมติดกันของหมอนรองกระดูกที่ออกมากับที่อยู่ภายใน ระยะนี้ถือว่าร้ายแรงที่สุด ผู้ป่วยมักเข้ารับการผ่าตัดในระยะนี้เพราะทนอาการปวดไม่ไหว 

 

 

 

 

ผลกระทบที่ตามมาหลังหมอนรองกระดูกเสื่อม 

 

เมื่อสารนํ้าภายในหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาภายนอกหรือสูญหายไปบางส่วน หมอนรองกระดูกสันหลังจะตีบแคบลงเรื่อยๆ ทำให้เกิดโรคกระดูกสันหลังเสื่อม เพราะข้อต่อ facet joint ภายในกระดูกสันหลังต้องแบกรับนํ้าหนักที่มากขึ้นจนเกิดการเสื่อมขึ้น ผู้ป่วยจะมีอาการปวดตึงหลัง รู้สึกหลังขัดๆ เมื่อต้องก้มหรือแอ่นหลัง 

 

 

 

อาการกระดูกทับเส้นหรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท 

 

อาการกระดูกทับเส้นหรือหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนอกจากจะมีอาการชาขาแล้วยังมีอาการปวดหลังด้วย มี 2 ประเด็นคือ: 

 

1. มีภาวะกระดูกสันหลังเสื่อมทำให้ข้อต่อ facet อักเสบจนเกิดอาการปวดหลัง 

 

2. หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทแขนงใหญ่ที่อยู่กลางกระดูกสันหลัง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาต 

 

 

 

วิธีการลดปวดจากอาการกระดูกทับเส้นง่ายๆ

 

1. นอนคว่ำและประคบผ้าร้อน 

 

นอนคว่ำแล้วนำผ้าร้อนประคบหลังไว้ 20-30 นาที หากนอนคว่ำไม่ได้ ให้นำหมอนใบใหญ่มาหนุนไว้ที่หน้าท้องเพื่อช่วยลดอาการปวด

 

2. แอ่นหลัง

 

ใช้แขนยันตัวขึ้นโดยที่เอวยังคงติดเตียง พยายามแอ่นหลังให้มากที่สุดโดยไม่รู้สึกปวด ทำท่านี้จำนวน 10 ครั้ง

 

3. บริหารกล้ามเนื้อหลัง

 

นอนคว่ำแล้วแอ่นหลังขึ้นจนอกพ้นพื้น ทำจำนวน 10 ครั้ง หากรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้น ให้เพิ่มความยากโดยการเอาแขนไขว้หลังและยกลําตัวขึ้นค้างไว้ 10 วินาที จำนวน 10 ครั้ง

 

4. เดินในนํ้า

 

เดินในสระนํ้าที่มีความสูงระดับอก เดินเตะขาไปด้วย หรือยืนนิ่งๆ แล้วย่อตัวลงคล้ายกับท่านั่งเก้าอี้ลม เพื่อใช้แรงดันนํ้าเป็นตัวดันให้สารนํ้ากลับเข้าที่

 

 

การรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หากอาการปวดหลังไม่ดีขึ้น ควรเข้าพบแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลังเพื่อตรวจประเมินร่างกายและวางแผนการรักษาต่อไป

bottom of page