Skip to content
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการของเรา
กระดูกสันหลัง
กระดูกและข้อ
รังสีวินิจฉัย
กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น
กระดูกพรุน
กายภาพ
เช็คอาการ
ห้องพัก
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
คลังความรู้
คลังความรู้
ข่าวสารและกิจกรรม
ความประทับใจ
คำถามที่พบบ่อย
ติดต่อเรา
/ความประทับใจ/
“ปวดจนต้องกินยานอนหลับทุกคืน กลัวว่าวันหนึ่งจะอุ้มหลานไม่ได้อีก”
“ปวดจนต้องกินยานอนหลับทุกคืน กลัวว่าวันหนึ่งจะอุ้มหลานไม่ได้อีก”
จากอาการปวดหลังเรื้อรังที่คิดว่าแค่
Office Syndrome
สะสม กลายเป็นอาการปวดร้าวลงขา ชาเหมือนไฟช็อต และรบกวนชีวิตทุกคืน
เรื่องราวของ
คุณไศลโศภิณ เหลืองสุวรรณ อายุ
60
ปี
พนักงานออฟฟิศทำงานมายาวนานกว่า
33
ปี จากคนที่เคยมั่นใจว่าร่างกายยังแข็งแรง ลุกไว เดินไว ทำอะไรได้คล่องตัว กลับต้องเผชิญกับอาการปวดหลังร้าวลงขา ชาเหมือนไฟช็อต และปวดมากจนต้องกินยานอนหลับทุกคืน
สิ่งที่เธอกังวลมากที่สุด ไม่ใช่แค่ความเจ็บปวดของตัวเอง แต่คือความกลัวว่าอาการนี้จะทำให้เธอไม่สามารถอุ้มหลาน เล่นกับหลาน หรือใช้เวลากับคนที่เป็นเหมือนแก้วตาดวงใจได้เหมือนเดิม
พฤติกรรมสะสมจากการทำงานและการใช้ชีวิตที่ไม่เคยคิดว่าเป็นความเสี่ยง
คุณไศลโศภิณเล่าว่า ตลอดชีวิตการทำงานกว่า
33
ปี เธอใช้ชีวิตในรูปแบบที่คล้ายกับคนทำงานออฟฟิศทั่วไป มีพฤติกรรมแบบ
Office Syndrome
สะสมมานาน ทั้งการนั่งทำงาน การใช้ร่างกายซ้ำ ๆ และการเคลื่อนไหวในท่าเดิมเป็นเวลานาน
นอกจากงานประจำแล้ว เธอยังเป็นคนลุกไว เดินไว และชอบยกของหนักมาโดยตลอด ด้วยความที่รู้สึกว่าตัวเองยังแข็งแรง จึงไม่เคยคิดว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะกลายเป็นความเสี่ยงต่อกระดูกสันหลัง
แม้จะพยายามดูแลตัวเองบ้าง ด้วยการว่ายน้ำ หรือทำโยคะเองที่บ้านตาม
YouTube
แต่อาการปวดหลังก็ยังไม่หายขาด และค่อย ๆ กลับมาเป็นซ้ำอยู่เรื่อย ๆ
จากปวดหลังเรื้อรัง สู่ปวดร้าวลงขาจนนอนไม่ได้
อาการปวดหลังของคุณไศลโศภิณเป็นมานานเป็นปี แต่เริ่มรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง
3-4
เดือนล่าสุด เมื่ออาการปวดเริ่มลามลงขา โดยเฉพาะข้างขวา
ความเจ็บปวดรุนแรงจนเธอไม่สามารถนอนตะแคงขวาได้ และทุกคืนต้องกินยานอนหลับ เพื่อให้หลับผ่านความเจ็บปวดไปได้
นอกจากปวดแล้ว ยังมีอาการชาร่วมด้วย ชาจนถึงขั้นหยิกแล้วไม่รู้สึกเจ็บ และมีความรู้สึกเหมือนไฟช็อตแปลบ ๆ อยู่ตลอดเวลา อาการเหล่านี้ทำให้การใช้ชีวิตในแต่ละวันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
เธอพยายามรักษามาหลายวิธี ทั้งนวด ฝังเข็ม และกินยาตามคำแนะนำของแพทย์ที่ต่างจังหวัดนานถึง
6
เดือน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นอย่างที่หวัง
ความเจ็บปวดที่กระทบถึงหัวใจ เพราะกลัวว่าจะอุ้มหลานไม่ได้
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้อาการปวดหลังของคุณไศลโศภิณหนักขึ้น คือการอุ้มหลานต่อเนื่องมาตลอดหลายปี
เธอมีหลาน
2
คน คนโตอายุ
7
ขวบ และคนเล็กอายุ
1
ขวบครึ่ง ซึ่งเป็นเหมือนกำลังใจสำคัญของชีวิต ทุกครั้งที่ก้มลงไปอุ้มหลาน เธอจะรู้สึกเจ็บแปลบที่แนวเส้นหลังบริเวณเอว
สิ่งที่เธอกังวลมากที่สุด คือถ้าอาการไม่หาย เธออาจไม่สามารถอุ้มหรือเล่นกับหลานได้เหมือนเดิม
สำหรับคนเป็นยายการได้อยู่ใกล้หลานแต่ไม่สามารถอุ้ม ไม่สามารถเล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกันได้ อาจเป็นความรู้สึกเหงาและเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าอาการทางร่างกาย
หลานคือแก้วตาดวงใจ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เธออยากรักษาให้หาย เพื่อกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
ตัดสินใจมารักษาที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง หลังได้รับคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงาน
หลังจากรักษามาหลายวิธีแต่อาการยังไม่ดีขึ้น คุณไศลโศภิณได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่ทำงานสำนักงานใหญ่ให้มาที่
โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ
เมื่อมาถึงและได้พบกับ
หมอพร นริศชาติ
เธอรู้สึกประทับใจตั้งแต่การพูดคุยครั้งแรก เพราะคุณหมอพูดจาสุภาพ อธิบายชัดเจน และทำให้เข้าใจอาการของตัวเองมากขึ้น
หลังจากตรวจ
MRI
ใหม่อย่างละเอียด พบว่ามีปัญหา
2
จุดที่เป็นสาเหตุของอาการปวดหลังร้าวลงขาและอาการชา คุณหมอจึงแนะนำแนวทางการรักษา
ด้วยความมั่นใจในคำอธิบายของคุณหมอ และข้อมูลของโรงพยาบาลที่ชัดเจน คุณไศลโศภิณจึงตัดสินใจรักษาทันทีในวันนั้น แบบที่เธอเรียกว่า
“
ตรวจปุ๊บ ผ่าปั๊บ”
เธอเล่าว่าไม่ได้รู้สึกกลัว เพราะเคยผ่านการผ่าตัดอื่น ๆ มาก่อน และครั้งนี้รู้สึกมั่นใจว่าหากรักษาถูกจุด อาการที่รบกวนชีวิตมานานจะดีขึ้นได้
ผลลัพธ์หลังรักษา “วันเดียวจบ” และกลับบ้านได้จริง
หลังการรักษา ผลลัพธ์เป็นไปตามที่คุณหมอให้ข้อมูลไว้ คือสามารถฟื้นตัวได้ภายใน
1
วัน และกลับบ้านได้จริง เพราะวันรุ่งขึ้น คุณไศลโศภิณสามารถเดินได้ตามปกติ แผลแห้ง และไม่มีปัญหาใด ๆ ที่น่ากังวล
สิ่งที่ทำให้เธอประทับใจ คือคุณหมอไม่ได้ดูแลเพียงแค่เรื่องการรักษา แต่ยังสาธิตท่าทางการลุก นั่ง และการใช้ชีวิตหลังผ่าตัดอย่างละเอียด เพื่อให้เธอกลับไปดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง
โดยเฉพาะเรื่องสำคัญที่คุณหมอกำชับ คือในช่วงแรกยังไม่ควรกลับไปอุ้มหลานทันที เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวอย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงในการกลับมาเจ็บซ้ำ
กลับไปใช้ชีวิตได้อีกครั้ง เพื่อความสุขของตัวเองและครอบครัว
สำหรับคุณไศลโศภิณ การรักษาครั้งนี้ไม่ใช่แค่ทำให้อาการปวดดีขึ้น แต่คือการได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง
วันนี้เธอรู้สึกดีใจที่ได้รักษาอย่างถูกจุด และมีความหวังว่าจะกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวได้อย่างมีความสุขมากขึ้น
เธออยากฝากถึงคนที่มีอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชา หรือรู้สึกเหมือนไฟช็อตว่า ไม่ควรปล่อยอาการไว้นาน หรือรักษาแบบเดิมซ้ำ ๆ หากอาการไม่ดีขึ้น เพราะยิ่งรู้สาเหตุเร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสรักษาได้เร็ว
“
รู้โรคก่อน รักษาก่อน ก็หายก่อน”
เพื่อความสุขของตัวเอง และเพื่อกลับไปอยู่กับคนที่เรารักได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
บริการที่เกี่ยวข้อง
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หน้า (ACL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมเอ็นไขว้หลัง (PCL)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดซ่อมเอ็นกล้ามเนื้อรอบข้อไหล่ฉีกขาด (Arthroscopic Shoulder Rotator Cuff Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องรักษาภาวะกระดูกทับเอ็นหัวไหล่ (Arthroscopic Treatment of Shoulder Impingement Syndrome)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องซ่อมแซมหมอนรองกระดูกข้อเข่า (Arthroscopic Meniscus Repair)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องข้อเข่าเพื่อการวินิจฉัย (Arthroscopic Knee Diagnostic/Debridement)
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าส่องกล้องข้อหัวไหล่เพื่อการวินิจฉัย Arthroscopic Shoulder Diagnostic
อ่านเพิ่มเติม...
การผ่าตัดส่องกล้องเยื่อหุ้มข้อหัวไหล่ (Arthroscopic Shoulder Capsule repair)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI แบบยืน (Standing Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...
MRI (Magnetic Resonance Imaging)
อ่านเพิ่มเติม...