top of page
“MRI เหมือนกัน แต่ต่างกันอย่างไร? MRI Screening กับ Full Diagnostic MRI เลือกแบบไหนดี”
ในปัจจุบัน หลายคนพบคำว่า “MRI Screening” และ “Full Diagnostic MRI” ในแพ็กเกจตรวจสุขภาพหรือโปรแกรมวินิจฉัยโรค จนเกิดความเข้าใจว่าเป็นการตรวจชนิดเดียวกัน ต่างกันเพียงราคาเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง MRI เพียงอย่างเดียว หากแต่อยู่ที่ รูปแบบการตรวจ (MRI Protocol) และจำนวนลำดับภาพที่ใช้ในการถ่ายภาพ หรือที่เรียกว่า Sequences ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดระดับความละเอียดและความแม่นยำของข้อมูลที่ได้จากการตรวจ
การทำความเข้าใจประเด็นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในกรณีที่มีอาการเฉพาะทาง เช่น ปวดหลังร้าวลงขา ชา อ่อนแรง หรือบาดเจ็บของข้อ ซึ่งต้องการความละเอียดของภาพในระดับที่ต่างจากการคัดกรองทั่วไป

MRI Screening คืออะไร?
MRI Screening หรือ MRI แบบคัดกรอง เป็นการตรวจที่ออกแบบมาเพื่อประเมินภาพรวมของอวัยวะหรือหลายบริเวณในครั้งเดียว โดยใช้โปรโตคอลที่กระชับและจำนวน sequence จำกัดกว่าการตรวจแบบวินิจฉัยเต็มรูปแบบ
วัตถุประสงค์หลักของ MRI Screening คือการค้นหาความผิดปกติที่เห็นได้ชัดในระยะต้น เช่น ก้อนเนื้อขนาดใหญ่ ความผิดปกติของโครงสร้าง หรือภาวะที่ต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติม
ลักษ ณะของ MRI Screening ได้แก่
ใช้เวลาตรวจสั้นกว่า
จำนวนลำดับภาพ (Sequences) น้อยกว่า
เน้นการประเมินภาพรวม
เหมาะกับการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน
เปรียบเสมือน “การสแกนภาพกว้าง” เพื่อดูว่ามีสิ่งผิดปกติเด่นชัดหรือไม่ แต่ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดของเนื้อเยื่อหรือโครงสร้างเฉพาะจุดมากนัก

Full Diagnostic MRI คืออะไร?
Full Diagnostic MRI คือการตรวจ MRI ตามโปรโตคอลวินิจฉัยมาตรฐาน ที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกในบริเวณที่สงสัยโรคโดยเฉพาะ
การตรวจรูปแบบนี้จะใช้ sequence หลายประเภท เช่น T1-weighted, T2-weighted, STIR หรือเทคนิคพิเศษอื่น ๆ เพื่อเพิ่มความไวในการตรวจพบความผิดปกติ แม้มีขนาดเล็กหรือซับซ้อน
📚 หมอนรองกระดูกทับเส้นรักษาที่ไหนดี? ค้นหาอาการต้นเหตุด้วยเครื่อง MRI
ในกรณีโรคกระดูกสันหลังและข้อ Full Diagnostic MRI สามารถแสดงรายละเอียดของ
หมอนรองกระดูก
เส้นประสาท
ไขสันหลัง
เอ็น
กล้ามเนื้อ
หมอนรองข้อ
เนื้อเยื่ออ่อนรอบข้อ
ด้วยจำนวน sequence ที่มากกว่าและการตั้งค่าที่ละเอียดกว่า ทำให้ความแม่นยำในการว ินิจฉัยสูงกว่าในโรคเฉพาะจุด
📚 MRI กับความสำคัญการค้นหาอาการปวดหลัง ปวดคอ
ในกรณีโรคกระดูกสันหลังและข้อ ควรเลือกแบบใด?
หากเป็นการตรวจสุขภาพทั่วไปโดยไม่มีอาการเฉพาะ MRI Screening อาจเพียงพอในเชิงคัดกรอง แต่หากมีอาการ เช่น
ปวดหลังร้าวลงขา
ชา หรืออ่อนแรง
สงสัยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
บาดเจ็บเอ็นหรือหมอนรองข้อ
การตรวจแบบ Full Diagnostic MRI จะให้ข้อมูลที่ละเอียดและแม่นยำมากกว่า ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการวางแผนรักษา โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการปวดหลังร้าวลงขา ชา หรือสงสัยภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
การปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกประเภทการตรวจจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะของแต่ละบุคคล การเข้าใจความแตกต่างของการตรวจแต่ละแบบ จะช่วยให้ผู้ป่วยตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล และได้รับการตรวจที่ตรงกับอาการมากที่สุด
เนื่องจากการวินิจฉัยด้วย MRI ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการค้นหาสาเหตุของโรคกระดูกสันหลัง ผู้ที่มีอาการและกำลังมองหา โรงพยาบาลกระดูก สันหลังในเขตวังทองหลาง ควรพิจารณาสถานพยาบาลที่มีเครื่องมือทันสมัยและทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้การตรวจมีความแม่นยำและนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก
โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ โทร.02-0340808
bottom of page
