การผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope รักษากระดูกสันหลังแผลเดียวรูเดียว

การผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope รักษากระดูกสันหลังแผลเดียวรูเดียว

การผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope ในการรักษาโรคกระดูกสันหลังนั้น มีหลากหลายเทคนิคที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งผู้ป่วยบางรายอาจยังไม่เข้าใจในเครื่องมือและวิธีการรักษาที่เหมาะสม เนื่องจากกล้อง Endoscope แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในกรณีที่แตกต่างกัน

 

ดังนั้น ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงวิธีการผ่าตัดส่องกล้องในตำแหน่งของหมอนรองกระดูกปลิ้นที่แตกต่างกัน โดยเทคนิคต่างๆ เหล่านี้สามารถช่วยรักษาโรคกระดูกสันหลังได้อย่างไร 

 

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่งหมอนรองกระดูกปลิ้น 

โดยส่วนใหญ่ตำแหน่งที่หมอนรองกระดูกปลิ้นหรือแตก มักจะมีอยู่ 4 จุด ดังนี้ 

1. Central Herniation (หมอนรองกระดูกปลิ้นตรงกลาง)

หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาในตำแหน่งตรงกลางของกระดูกสันหลัง ส่งผลให้เกิดการกดทับเส้นประสาทในช่องไขสันหลัง โดยเฉพาะในส่วนที่อยู่ด้านหลังของไขสันหลัง มักทำให้เกิดอาการปวดหลังร้าวลงขาทั้งสองข้าง (bilateral sciatica) และอาจมีอาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่อยู่หากกดทับเส้นประสาทส่วนล่างมาก  

 

2. Paracentral Herniation (หมอนรองกระดูกปลิ้นใกล้กลาง)

หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาในตำแหน่งใกล้กลาง (ด้านข้างเล็กน้อย) กดทับเส้นประสาทในโพรงกระดูกสันหลังที่อยู่ใกล้เคียงตำแหน่งนี้เป็นประเภทที่พบได้บ่อย และมักจะทำให้เกิดอาการปวดหลังร้าวลงขาด้านหนึ่ง (sciatica)  

 

3. Foraminal or Lateral Herniation (หมอนรองกระดูกปลิ้นด้านข้าง)

หมอนรองกระดูกปลิ้นไปทางด้านข้างของโพรงกระดูกสันหลัง และกดทับเส้นประสาทที่ออกมาจากไขสันหลังในบริเวณช่องโพรงประสาท (foramen) ตำแหน่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่มักพบได้บ่อย และมักทำให้เกิดอาการปวดและชาบริเวณขาหรือสะโพกด้านเดียว หากหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทด้านข้าง  

 

4. Extraforaminal Herniation (หมอนรองกระดูกปลิ้นนอกโพรงประสาท)

หมอนรองกระดูกปลิ้นออกนอกโพรงประสาทมากกว่าปกติ ซึ่งจะทำให้กดทับเส้นประสาทที่อยู่ภายนอกโพรงประสาท ตำแหน่งนี้พบได้บ่อยในระดับ L3-L4 หรือ L4-L5 และก่อให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรงในบริเวณขาหรือสะโพก

 

nongyao.jpg

 

โดยส่วนใหญ่ที่โรงพยาบาล เอส สไปน์ มักพบผู้ป่วยหมอนรองกระดูกปลิ้นหรือแตกในตำแหน่งที่ ใกล้กับกลางและด้านข้างกระดูกสันหลัง มากกว่าที่จะเกิดในด้านนอกโพรงประสาท เนื่องจากโครงสร้างของหมอนรองกระดูกที่บางลงในส่วนด้านหลังตรงกลาง แรงกดทับจากการรับน้ำหนักในแนวดิ่ง และตำแหน่งของเส้นประสาทในไขสันหลัง 

 

 

📚  อาการแบบไหนคือ “โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” (Herniated Nucleus Pulposus)

 

รู้จักเทคนิคการผ่าตัดส่องกล้อง Endoscope แบบ PELD และ PSLD 

การผ่าตัดโรคกระดูกสันหลังด้วยกล้อง Endoscope แบบ PELD และ PSLD มีวิธีการและประสิทธิภาพที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 

 

1. การผ่าตัดส่องกล้อง PELD (Percutaneous Endoscopic Lumbar Discectomy) 

เหมาะสำหรับการรักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทในกรณีที่ไม่ซับซ้อน กล่าวคือ หมอนรองกระดูกที่ปลิ้นหรือแตก และกดทับเส้นประสาทบริเวณด้านนอกของกระดูกสันหลัง  

โดยแพทย์จะทำการเจาะเข้าทางด้านข้างผ่านช่องโพรงประสาท (Transforaminal approach หรือ Extraforaminal approach) เพื่อเอาหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาทออก  

เทคนิคนี้มีข้อจำกัด คือ ไม่สามารถใช้ได้ในกรณีที่อาการของผู้ป่วยมีความซับซ้อนมาก เนื่องจากการเจาะเข้าด้านข้าง ไม่สามารถเข้าถึงหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นหรือแตกตรงกลางหรือใกล้กลางโพรงประสาท และไม่สามารถเห็นเส้นประสาทหรือไขสันหลังที่หมอนรองกระดูกกดทับได้  

 

2. การผ่าตัดส่องกล้อง PSLD (Percutaneous Stenoscopic Lumbar Decompression) 

เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ใช้ในการรักษาโรคกระดูกสันหลังตีบแคบและการกดทับเส้นประสาทในตำแหน่งที่ลึกและซับซ้อน กล่าวคือ รักษาหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นหรือแตกอยู่ในบริเวณส่วนกลาง ใกล้กลาง และด้านข้างของกระดูกสันหลัง และกดทับเส้นประสาท  

โดยแพทย์จะทำการเจาะเข้าทางด้านหลังของกระดูกสันหลัง ผ่านโพรงประสาท (Interlaminar approach) เพื่อทำการเปิดช่องโพรงประสาทที่แคบให้กว้างขึ้น ซึ่งทำให้สามารถเข้าถึงบริเวณที่ต้องการรักษาได้อย่างแม่นยำ โดยวิธีนี้จะทำให้เห็นการกดทับของหมอนรองกระดูกที่เส้นประสาทได้อย่างชัดเจน 

 

แต่ข้อสำคัญ คือ เทคนิค PSLD ต้องใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่างมาก เนื่องจากตำแหน่งที่ทำการผ่าตัดนั้นซับซ้อน เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพจะต้องมีทีมผู้ช่วยที่มีความชำนาญ จะช่วยลดระยะเวลาในการผ่าตัด และเครื่องมือพิเศษที่ทันสมัยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

 

📚  ส่องกล้องเหมือนกันแต่ใช้กล้องไม่เหมือนกัน  

📚  PSLD: นวัตกรรมล่าสุดในการรักษาอาการปวดหลัง – แผลเล็กเจ็บน้อยปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีทันสมัย